/ ยุโรป / อิตาลี(Italy) / โรม(Rome) / มหาวิหาร ซันตา มาเรีย มัจโจเร Basilica di Santa Maria Maggiore

มหาวิหาร ซันตา มาเรีย มัจโจเร Basilica di Santa Maria Maggiore

ที่เที่ยวแนะนำ

Photo by Tango7174 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Lazio_Roma_SMariaMaggiore2_tango7174.jpg [CC by-sa 3.0]

ที่เที่ยวแนะนำ

มหาวิหาร ซันตา มาเรีย มัจโจเร(Basilica di Santa Maria Maggiore) เป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของคริสตจักรโรมันคาทอลิคและเก่าแก่ที่สุดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และเป็นหนึ่งในห้าของมหาวิหารอัครบิดร ที่มีสี่มหาวิหารเอกรวมกับอีกหนึ่งมหาวิหารนักบุญลอว์เรนซ์ที่อยู่นอกกำแพงเมือง

มหาวิหารซันตามาเรียมัจโจเรเป็นมหาวิหารเพียงแห่งเดียวในโรมที่สามารถคงลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่สร้างไว้ได้ถึงแม้ว่ามหาวิหารจะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อครั้งปี ค.ศ. 1348 และยังได้รับการบูรณะอยู่หลายครั้งก็ตาม มหาวิหารซันตามาเรียมัจโจเรนี้เคยถูกใช้เป็นที่พำนักชั่วคราวของสมเด็จพระสันตะปาปาหลังจากที่สมเด็จพระสันตะปาปาย้ายกลับมาจากสำนักชั่วคราวที่ Avignon ในประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากที่พักทางการที่จัดไว้ที่มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรันนั้นมีสภาพทีเสื่อมโทรมมาก ก่อนที่ต่อมาที่พำนักถาวรของสมเด็จพระสันตะปาปาจะย้ายไปอยู่ที่วังวาติกันหรือนครรัฐวาติกันในปัจจุบัน

มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเทวสถานของเทวทูต Cybele เป็นคริสตจักรแรกที่ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสันตะปาปา Liberius บนที่ตั้งของพระแม่มารีย์ โดยมีตำนานเล่าว่าพระแม่มารีย์นั้นได้ปรากฏต่อหน้าพระสันตะปาปาและผู้ทรงธรรมจอห์น แพทริกเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมปี 358 เพื่อสั่งให้สร้างโบสถ์บนเนินเขา และในคืนนั้นเองได้มีการระบุจุดที่ต้องการจะสร้างด้วยหิมะมหัศจรรย์ที่เป็นหิมะที่เกิดในช่วงฤดูร้อนตกบนเทือกเขา Esquiline hill จึงทำให้ในวันที่ 5 สิงหาคมของทุกปีนั้นได้มีการจัดงานเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วย  ตามหลักฐานทางโบราณคดีนั้นชี้ให้เห็นได้ว่าคริสตจักรแห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษที่ 400 และได้เสร็จสมบูรณ์ภายใต้สมเด็จพระสันตะปาปา Sixtus ที่ 3 ชื่อของมหาวิหารแห่งนี้นั้นได้รับการเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้งจนวนที่สุดจึงได้ใช้ชื่อว่า Santa Maria Maggiore เนื่องจากโบสถ์นี้เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน 26 แห่งของกรุงโรมที่อุทิศให้กับ Virgin Mary Santa นั่นเอง มหาวิหารได้รับการบูรณะและตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ในศตวรรษที่ 18 และในปัจจุบันนั้นได้รับการดูแลโดยบรรพบุรุษของชาว redemptorist และชาวโดมินิกัน และยังคงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่แสวงบุญและนักท่องเที่ยวมากมายที่เข้าชมอีกด้วย

มหาวิหารแห่งนี้ยังคงความดั้งเดิมในแบบที่สร้างไว้อยู่มาก การตกแต่งภายในนั้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบไฮบริดที่มีหอระฆังในแบบของโรมันในศตวรรษที่ 14 และยังเป็นหอระฆังในยุคกลางที่สูงที่สุดในกรุงโรมโดยมีความสูงถึง 75 เมตร การตกแต่งภายในมหาวิหารนั้นก็ยังคงรักษารูปแบบของคริสเตียนต้นคริสตจักรซึ่งเป็นมาตรฐานของกรุงโรมในศตวรรษที่ 5 ไว้ได้เป็นอย่างดี โดยภาพโมเสกสีทองของซุ้มประตูชัยนั้นยังคงเป็นภาพจากศตวรรษที่ 5 ที่แสดงถึงชีวิตช่วงแรกของพระเยซู นอกจากนั้นการตกแต่งภายในบางส่วนก็เป็นการตกแต่งภายในแบบบาร็อคที่ประดับตกแต่งไปด้วยขุดภาพโมเสกที่รุ่งโรจน์ในศตวรรษที่ 14 อีกด้วย

ค่าใช้จ่าย

ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ

เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 น. ไปจนถึงเวลา 19.00 น. แต่จะมีไกด์นำเที่ยวเฉพาะในช่วงเวลา 9.30 น. ไปจนถึงเวลา 17.45 น. เท่านั้น

วิธีการเดินทาง

สามารถเดินทางโดยง่ายด้วยการใช้ Metro line B มาลงที่สถานี Cavour  แล้วเดินไปไม่ไกลจากสถานี โดยทางเข้ามหาวิหารอยู่ที่ Piazza di Santa Maria Maggiore
ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก