/ Top Hits / 12 ที่เที่ยวฮิตห้ามพลาด เมื่อไปเที่ยวประเทศเยอรมนี

12 ที่เที่ยวฮิตห้ามพลาด เมื่อไปเที่ยวประเทศเยอรมนี

Photo from commons.wikimedia.org/wiki/File:Neuschwanstein_Castle_LOC_print.jpg [CC0.0]

เยอรมัน นับได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังแถบยุโรป ทั้งการที่เมืองส่วนใหญ่เป็นระเบียบเรียบร้อย แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีอาหารการกินเลื่องชื่อสุดจี๊ดทั้งเบียร์ ไส้กรอก ขาหมูทอด ในบางเมืองก็ยังจะมีอาหารท้องถิ่นที่กลิ่นอายของสวิสเซอร์แลนด์และออสเตรียให้ได้ลิ้มลองกัน บอกได้คำเดียวว่าจะเที่ยวจะกินก็ครบครันไปซะทุกสิ่ง รวมไปถึงการเดินทางก็ง่ายดายอีกด้วยล่ะครับ

 

1. ปราสาทนอยชวานชไตน์ มิวนิค (Neuschwansten Castle)

Photo from commons.wikimedia.org/wiki/File:Neuschwanstein_Castle_LOC_print.jpg [CC0.0]

ปราสาทที่เหมือนหลุดออกมาจากนิทานเจ้าหญิงเจ้าชายแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่แถบแคว้นบาวาเรียของเมืองมิวนิค ตัวสถาปัตยกรรมนี่เรียกได้ว่าทั้งงดงามตระการตาบวกกับขนาดใหญ่อลังการ ยิ่งการตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้บริเวณเทือกเขาแอลป์ ทำให้สวยเหนือจินตนาการขึ้นไปอีก แถมยังมีความสวยที่แตกต่างกันไปในทุกๆฤดู เรียกได้ว่าไปช่วงไหนก็ได้รับความประทับพกกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

 

 

2. ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)

Photo by Pumuckel42 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Heidelberg-Schlo%C3%9F.JPG [CCSA3.0]

ปราสาทอายุกว่า 700 ปี ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองไฮเดลเบิร์ก โดยปราสาทแห่งนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ถ้ามาเมืองนี้ไม่มานี่ไม่ได้เลยล่ะครับ เพราะนอกจะจะโดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมที่เป็นการผสมผสานระหว่างเรเนสซองและโกธิกอย่างลงตัวแล้วนั้น ยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถมองวิวทิวทัศน์สุดโรแมนติกของเมืองแบบเต็มพิกัด พร้อมกับชมวิวริมแม่น้ำเนคคาร์ได้ในเวลาเดียวกัน

 

 

3. เกาะรือเกิน (Rugen)

Photo pixabay.com/sk/photos/napomenutie-ostrov-pl%C3%A1%C5%BE-baltsk%C3%A9-more-1738977/ [CC0.0]

เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเยอรมันแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของทะเลบอลติก ภายในรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอร์มเมิร์น ไม่ใช่แค่จะเดินชิลไปกับหาดทรายสวยๆ ทะเลงาม พร้อมท้องฟ้าสีครามเท่านั้นนะครับ ด้วยความที่บนเกาะยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติยัสมุนท์ (Jasmund National Park) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทำให้แหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาตของเกาะนี้โดดเด่นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาหินปูนหรือหินชอล์ก  การเดินชมยอดไม้ท่ามกลางป่าบีชบนทางยาว 1,250 เมตร  แถมยังสามารถชมวิวฟินๆได้ที่จุดชมวิวบริเวณผาเก้าอี้พระราชาที่เค้าว่ากันว่าสวยสมการเดินทางมาสุดๆ

 

 

4. พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace)

Photo by Richard Bartz from commons.wikimedia.org/wiki/File:Image-Schloss_Nymphenburg_Munich_CC.jpg [CCSA3.0]

พระราชวังสไตล์บารอค ตั้งอยู่ภายในเมืองมิวนิก ไม่ใช่เพียงจะได้ยลโฉมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เรียบหรูดูดีอย่างมีเอกลักษณ์อย่างเดียว คนที่หลงรักในงานศิลป์ยังสามารถเข้าชมผลงานศิลปะที่มีทั้งบนเพดาน รวมไปถึงภาพวาดต่างๆที่นำมาจัดแสดงให้ชมอีกมากมาย

 

 

5. อาคารไรชส์ทาค (Reichstag building)

photos by Jürgen Matern from commons.wikimedia.org/wiki/File:Reichstag_building_Berlin_view_from_west_before_sunset.jpg ( cc by 2.0 )

อาคารไรชส์ทาค หรือที่หลายๆคนจะได้ยินในชื่ออาคารรัฐสภาเยอรมนี ตั้งอยู่ภายในเมืองเบอร์ลิน อาคารแห่งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของเยอรมันจากการที่ในอดีตนั้นเคยเป็นศูนย์กลางสั่งการและปฏิบัติการต่างๆเมื่อครั้งฮิตเลอร์เรืองอำนาจ  ด้านในจึงจะมีสิ่งต่างๆที่เคยใช้ในเวลานั้นรวมไปถึงกำแพงจดหมายเหตุของสมาชิกรัฐสภาและข้อความบนกำแพงเก่า ที่จะทำให้เราได้รูได้เห็นเกี่ยวกับสงครามช่วงนั้นลงลึกมากขึ้น มีการเปิดให้เข้าชมห้องทำงาน ห้องประชุมต่างๆ ทางด้านสถาปัตยกรรมก็ให้ความรู้สึกเป็นทางการด้วยสไตล์ นีโอเรอเนสซองซ์ แล้วถ้าอยากชมวิวสวยๆของเมืองเบอร์ลินก็สามารถขึ้นไปบนโดมแก้งด้านบนเพื่อชมวิวได้สบายๆ

 

 

6. ประตูบรันเดนบูร์ก (Brandenburg Gate)

Photo by Ashwin Kumar from flickr.com/photos/ashwinkumar/33433621192 CSA3.0

ประตูที่เป็นแลนด์มาร์กยอดฮิตในย่านใจกลางเมืองเบอร์ลิน ซึ่งประตูแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาตามรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสสิค โดยหลักๆแล้วสร้างมาเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ผ่านมาในยุคหลังสงครามที่นี่ก็ยังคงเป็นสันติภาพของยุโรปอีกด้วย แม้ว่าช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2จะถูกทำลายลงไปหลายส่วน หากภายหลังก็ได้รับการบูรณะให้กลับมางดงามดังเดิม

[lilnk1 src=”https://www.talontiew.com/brandenburg-gate/”]ข้อมูลเที่ยว Brandenburg Gate[/link1]

 

7. อาสนวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral)

Photo from pixabay.com/sk/photos/kol%C3%ADn-nad-r%C3%BDnom-katedr%C3%A1la-kostol-2631963/ [CC0.0]

วิหารชื่อดังของนิกายโรมันคาทอลิกแห่งเมืองโคโลญที่น่าจะใช้เวลาสร้างนานเป็นอันดับต้นๆของโลก เพราะเริ่มสร้างปี ค.ศ.1248 แต่กว่าจะเสร็จจริงๆก็เมื่อปี ค.ศ.1880 รวมๆแล้วก็เป็นเวลากว่า 600 ปีได้ ทางด้านรูปแบบสถาปัตยกรรมนี่โดดเด่นด้วยสไตล์โกธิก สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยต้องยกให้หอคอยแฝด มีความสูง 157.38 เมตร ความกว้าง 86 เมตร และความยาว 144 เมตร แบบว่ามองเห็นเด่นสง่ามาแต่ไกล โดยที่นี่ยังรวมความเป็นที่สุดอีกหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่การสร้างที่นานจนติดอันโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงได้รับอันดับ 4 ของวิหารที่สูงที่สุดในสถาปัตยกรรมโกธิก และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยล่ะครับ

 

 

8. อีสท์ไซด์แกลลอรี (East Side Gallery)

Photo by DrKssn from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kani_Alavi_-_Berlin_East_Side_Gallery.jpg [CCSA3.0]

อีสท์ไซด์แกลลอรี ตั้งอยู่บนถนนมือเลินชตราเซอ เมืองเบอร์ลิน เรียกได้ว่าเป็นการเปิดมิติใหม่ของการแสดงงานศิลป์ที่แปลกแหวกแนวแต่เจ๋งขั้นสุดและยังเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลป์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของโลก  ด้วยการให้ศิลปินต่างๆมาวาดลงบนกำแพงฝั่งตะวันออกของกำแพงเบอร์ลินเรียงรายติดๆกันกว่า 106 ภาพ มีความยาวกว่า 1.3 กิโลเมตร ซึ่งไม่ได้กำจัดแค่ศิลปินจากเยอรมันเท่านั้นนะครับ หากเป็นการรวมเอาศิลปินที่มีชื่อเสียงทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์สถานนานาชาติสำหรับเสรีภาพที่สำคัญแห่งหนึ่งของเยอรมัน

 

 

9. เคลสไตน์เฮาส์ (Kehlsteinhaus)

Photo by Ondřej Žváček from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kehlsteinhaus_zezadu.jpg [CCSA3.0]

เคลสไตน์เฮาส์ มีอีกชื่อที่เรียกกันว่า รังอินทรี (Eagle’s Nest) ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงของเคลสไตน์ใกล้ๆกับเมืองแบร์ชเทิสกาเดิน ภายในรัฐบาวาเรีย ประวัติความเป็นมานี่ไม่ธรรมดาเลยนะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราๆคงไม่มีโอกาสได้เข้าแน่ๆ เนื่องจากในอดีตเคยเป็นบ้านพักต่างอากาศและศูนย์บัญชาการของฮิตเลอร์มาก่อน  รูปแบบการสร้างอาจจะไม่ได้น่าว้าวอะไรมาก แต่ความพีคคือทำเลที่ตั้งที่ทั้งสูงทั้งสวย สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเทอกเขาได้อย่างอลังการขั้นสุด ด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ลงตัวจึงกลายมาเป็นจุดต้องแวะดันอับหนึ่งของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนยังเมืองนี้ในที่สุด

 

 

11. พระราชวังซวิงเงอร์ (Zwinger Palace)

Photo by Bernd Thaller from https://www.flickr.com/photos/bernd_thaller/36071425840 [CCSA3.0]

พระราชวังซวิงเงอร์ ตั้งอยู่ภายในเมืองเดรสเดิน โดยจะเป็นพระราชวังที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมบารอก ที่แรกเริ่มเดิมทีเกิดขึ้นจากการที่พระเจ้าออกัสตัสที่ 2 แห่งโปแลนด์ได้เข้าไปเยือนยังพระราชวังแวร์ซายแล้วเกิดพระทับใจขึ้นมา กลับมาจึงก่อเกิดกลายเป็นพระราชวังแห่งนี้ ด้ายนอกว่าคลาสสิกแล้วด้านในยังได้มากกว่าแค่ความงาม เพราะมีการจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เปิดให้ผู้สนใจได้เข้าเยี่ยมชมผลงานศิลปะที่ไม่ใช่แค่คำว่าสวยหากล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์แซกโซนีมากกว่า 2,000 ชิ้น

 

 

12. มีนีอาทัวร์วุนเดอร์ลันท์ (Miniatur Wunderland)

Photo by Ashwin Kumar from www.flickr.com/photos/ashwinkumar/33207274360 [CCSA3.0]

มีนีอาทัวร์วุนเดอร์ลันท์ ตั้งอยู่ภายในเมืองฮัมบูร์ก โดยที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงเมืองและสถานที่สำคัญแบบจำลองที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก ไฮไลท์สำคัญก็คือ โมเดลเมืองและทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ละสิ่งแต่ละอย่างล้วนสร้างมาอย่างประณีตมีความเหมือนจริงมากๆ ซึ่งภายในมีการแบ่งออกเป็นโซนถึง 9 โซนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟในนอร์เวย์ เทือกเขาแอลป์ ลาสเวกัสสตริป สนามฟุตบอลฟ็อลคส์พาร์คชตาดีอ็อน และอื่นๆอีกเพียบ ทั้งนี้เค้ายังจะมีแพลนสร้างเพิ่มเติมในช่วงปี ค.ศ. 2020 จะมาปีนี้ก็ดีหรือถ้าอยากประเดิมของใหม่ก็มาช่วงปีหน้ารับรองว่าไม่ผิดหวังกับโมเดลจำลองงานระดับโลกแน่ๆ

 

 

12. ถนนสายโรแมนติก (Romantic Road)

ถนนสายโรแมนติกนั้นเริ่มตั้งแต่เมืองเวิร์ซบวร์ก(Würzburg) ไปจนถึง เมืองฟุสเซน เหมาะสุดๆสำหรับสายชิลชอบเช่ารถขับ บอกเลยว่าตั้งแต่เป็นถนนที่เติมระดับความฟินให้แก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางนี่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเมืองที่มีเสน่ห์ของประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปราสาท โบสถ์ และมหาวิหารโบราณ ท่ามกลาบรรยากาศชนบทที่ธรรมชาติหนาแน่น บอกเลยว่ามีอะไรให้แวะไปตลอดทางเชียวครับ