/ Talon Guide / HONG KONG TALON GUIDE เที่ยว∙กิน∙ช้อป ฮ่องกง แบบง่ายๆ ครบจบในหน้าเดียว

HONG KONG TALON GUIDE เที่ยว∙กิน∙ช้อป ฮ่องกง แบบง่ายๆ ครบจบในหน้าเดียว

Photo: Mitch Altman [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/maltman23/6909078122

HONG KONG TALON GUIDE ในหน้านี้เราได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ ฮ่องกง เกาะเล็กๆที่มากไปด้วยเสน่ห์ สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยว เช่น วิธีการเดินทาง, การเดินทางจากสนามบินเข้าในเขตตัวเมืองส่วนต่างๆของฮ่องกง, สภาพอากาศต่างๆของฮ่องกง, ตัวอย่างโปรแกรมเที่ยวฮ่องกงต่างๆ เพื่อให้การวางแผนเที่ยวฮ่องกงเป็นเรื่องง่ายและได้ทริปที่ถูกใจมากที่สุด และทั้งนี้รวมกันอยู่ในหน้านี้แบบจบๆทีเดียวเลย

 

ทำไมต้อง ฮ่องกง

ฮ่องกง(Hong Kong)เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางต่างประเทศอันดับต้นๆของคนไทย เพราะเดินทางได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย ค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพง ไม่ต้องขอวีซ่า และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจระดับโลกมากมาย เช่น สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ตึกสูงระฟ้า วัดวาอารามที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์ ร้านอาหารอร่อยๆทั่วเมือง รวมทั้งแหล่งช้อปปิ้งสินค้าต่างๆอีกมากมาย เที่ยวได้ง่ายๆไม่กี่วันก็ครบ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งมีการเปลี่ยนแปลงของเมืองอยู่ตลอดเวลา จึงสามารถเดินทางกลับมาเที่ยวอีกได้เรื่อยๆไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหารการกินที่มีร้านมากมายให้ได้ลิ้มลองกัน เหตุผลต่างๆเหล่านี้จึงทำให้ฮ่องกงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศยอดฮิตของไทยมายาวนาน

 

 

สภาพอากาศ ฮ่องกง แต่ละฤดูเป็นยังไง

สภาพอากาศโดยทั่วไปของฮ่องกงจะเป็นแบบบ้านเราคือร้อนชื้น คล้ายกับกรุงเทพในช่วงหน้าร้อนและหน้าฝน แต่จะหนาวเย็นกว่ามากในช่วงหน้าหนาว ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปฮ่องกงจึงเป็นช่วงที่หนาวและแห้ง ประมาณช่วงเดือนพฤศจิการยนถึงปลายเดือนมีนาคม หรือช่วงฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาว เพราะอากาศเย็นสบายและไม่ค่อยมีฝนตก แต่อย่างไรก็ตามในเดือนมกราคมอุณภูมิบางวันอาจจะลงไปต่ำได้ถึงเลขตัวเดียวเช่น 8 หรือ 9 องศาเซลเซียสได้ พอผสมกับลมหนาวไซบีเรียที่ค่อนข้างแรงจนทำให้อุณภูมิจะดูหนาวเย็นกว่า 8 องศาของที่อื่นๆ โดยเฉพาะบนเขาเช่น ที่ลานชมวิว The Peak และพระใหญ่นองปิง ที่ลมจะแรงและหนาวเย็นมาก

เดือนกรกฏาคมเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของฮ่องกง มีอุณภูมิเฉลี่ยทั้งเดือนประมาณ 29 องศา และหนาวที่สุดเดือนมกราคมมีอุณภูมิเฉลี่ยประมาณ 16 องศาเซลเซียสแต่มีท้องฟ้าแจ่มใสมากที่สุดของปีเช่นกัน ส่วนเดือนที่ฝนตกมากที่สุดคือเดือนสิงหาคม

ช่วง high season ของฮ่องกงจะอยู่ที่เดือนเมษายน, เดือนตุลาคม และช่วงปลายเดือนธันวาคม โรงแรมส่วนใหญ่จะถูกจองเต็มล่วงหน้าเป็นเวลานานและคนจะเดินทางมาท่องเที่ยวกันค่อนข้างมากทำให้ราคาห้องพักสูงตามไปด้วย

 

 

ไปเที่ยว ฮ่องกง ใช้งบประมาณเท่าไหร่

ฮ่องกงและมาเก๊าเป็นเขตปกครองตัวเองพิเศษของประเทศจีนที่อยู่ห่างกันเพียง 60 นาทีด้วยเรือเฟอร์รี่จึงทำให้มักจะเป็น 2 เมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวพร้อมๆกัน มีแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นทางด้านวัฒนธรรม ศาสนาและความเจริญก้าวหน้าของเมือง เป็นเมืองที่มีมีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก มีความปลอดภัยสูง และมีเครือข่ายการคมนาคมต่างๆที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย โดยเฉพาะฮ่องกงที่มีเครือข่ายรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่และครอบคลุมพื้นที่มาก โดยทั่วๆไปฮ่องกงและมาเก๊ามีร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวคล้ายกัน แต่ฮ่องกงจะมีค่าใช้จ่ายแพงกว่ามาเก๊าประมาณ 15-20% ทั้งค่ากินอยู่ ค่าโดยสารและค่าที่พัก

สรุปค่าใช้งบประมาณการไปเที่ยวฮ่องกง แบบประหยัด และแบบทั่วๆไป

รวมค่าใช้จ่ายแบบคร่าวๆต่อคนต่อวัน

ค่าที่พัก – แบบประหยัดสุดๆ 120 เหรียญ / แบบทั่วๆไป 210 เหรียญ (ราคาต่อห้องต่อคืนซึ่งนอน 2 คน)

ค่าเดินทาง – แบบประหยัดสุดๆ 30 เหรียญ / แบบทั่วๆไป 40 เหรียญ

ค่ากิน – แบบประหยัดสุดๆ 120 เหรียญ / แบบทั่วๆไป 180 เหรียญ

ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว – แบบประหยัดสุดๆ ฟรี(เที่ยวเฉพาะที่ฟรี) / แบบทั่วๆไป 30 เหรียญ

รวมค่าใช้จ่ายต่อวัน แบบประหยัดสุดๆ ประมาณ 150 เหรียญ / แบบทั่วๆไปประมาณ 250 เหรียญ

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ซื้อของฝาก  แบบประหยัดสุดๆ ไม่มีค่าใช่จ่าย / แบบทั่วๆไป 100 เหรียญสำหรับของฝาก

ค่าตั๋วเครื่องบิน แบบประหยัดสุดๆ 3,000 บาท / แบบทั่วๆไป 7,000 บาท

สรุปสุดท้าย ไปเที่ยวฮ่องกงใช้เงินเท่าไหร่

* สมมติว่าอัตราแลกเปลี่ยน 4.6 บาท / 1 เหรียญฮ่องกง และเราจ่ายเงินค่าที่พักครบหมดเรียบร้อยแล้ว

** ตอนแลกเงิน ควรแลกเผื่อไปด้วยซัก 10-20% ของเงินที่เราคิดว่าจะใช้ เผื่อในกรณีฉุกเฉิน และควรจะโทรแจ้งบริษัทบัตรเครดิตของเราเอาไว้ก่อนด้วยว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนวันไหน ให้เค้าเปิดการใช้งานรูดที่ต่างประเทศไว้ ไม่งั้นเกิดฉุกเฉินแล้วไปรูดไม่ได้จะลำบากเอา

1. ถ้าไปเที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน แบบประหยัดจะตกประมาณ 6,200 บาท ควรแลกเงินไป 540 เหรียญฮ่องกง / แบบทั่วๆไปจะตกประมาณ 12,800 บาท ควรแลกเงินไป 1020 เหรียญฮ่องกง

2. ถ้าไปเที่ยวฮ่องกง 4 วัน 3 คืน แบบประหยัดจะตกประมาณ 7,400 บาท ควรแลกเงินไป 720 เหรียญฮ่องกง / แบบทั่วๆไปจะตกประมาณ 14,900 บาท ควรแลกเงินไป 1,320 เหรียญฮ่องกง

3. ถ้าไปเที่ยวฮ่องกง 5 วัน 4 คืน แบบประหยัดจะตกประมาณ 8,600 บาท ควรแลกเงินไป 900 เหรียญฮ่องกง / แบบทั่วๆไปจะตกประมาณ 17,000 บาท ควรแลกเงินไป 1,620 เหรียญฮ่องกง

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใน ฮ่องกง/topic1]

ถ้าพูดถึงฮ่องกงแล้ว คนส่วนใหญ่ก็จะต้องนึกถึงของกินอร่อยๆ หรือไม่ก็ที่ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ต่างๆ แต่นอกจากที่กินที่ช้อปแล้ว ก็ยังมีที่เที่ยวหลายแห่งในฮ่องกงที่ฮิตติดอันดับโลกด้วย ตามปดูกันเลยว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

 

▌ถนนซุปเปอร์สตาร์ – Avenue of Stars

Photo by bensonkua from commons.wikimedia.org/wiki/File:Avenue_of_Stars_Hong_Kong_Bruce_Lee_Statue.jpg [CC by-sa 4.0]

เป็นเส้นทางเดินเล่นที่จะเห็นทั้งรูปปั้นของนักแสดงชื่อดัง เช่น บลู๊ซลี หรือรอยเท้าของดาราดังๆทั้งหลาย จนมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถนนฮอลลีวู๊ดแห่งเอเชีย ซึ่งทางเดินจะเรียบริมน้ำไปเรื่อยๆ ฝั่งตรงข้ามก็จะมองเห็นวิวของตึกสูงต่างๆ

 

▌ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ – Hongkong Disneyland

ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์

ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์

สวนสนุกชื่อดังของโลก มีทั้งเครื่องเล่น การแสดงโชว์ ขบวนพาเหรดของตัวการ์ตูนดีสนีย์ หากใครพาเด็กๆไปเที่ยวก็ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเหมือนแดนมหัศจรรย์ของเด็กๆเลย ถ้าเข้าไปแล้วก็สามารถอยู่ได้ทั้งวัน และในตอนค่ำก็จะมีการเปิดไฟและโชว์จุดพลุที่ปราสาทเทพนิยายสวยงามมาก

 

▌โชว์แสงสีเสียงริมน้ำ – Symphony of Lights

Photo by Krimuk2.0 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Hong_Kong,_A_Symphony_of_Lights_(2).jpg [CC by-sa 4.0]

ในทุกๆวันตอน 2 ทุ่ม จะมีการแสดงโชว์ Symphony of Lights ที่ริมแม่น้ำ ซึ่งจะมองเห็นตึกของฮ่องกงเปิดไฟสวยงาม แต่ละตึกจะยิงแสงเลเซอร์ตามจังหวะเพลง อลังการสุดๆ โดยจุดที่ดีที่สุดในการชมโชว์นี้จะอยู่ที่ด้านหน้าของ Hong Kong Cultural Centre ที่สำคัญชมฟรีไม่เสียเงินอีกด้วย

 

▌ขึ้นกระเช้านองปิงไหว้พระใหญ่ – Ngong Ping 360

วิวจากบนกระเช้านองปิง Ngong Ping Cable Car

วิวจากบนกระเช้านองปิง Ngong Ping Cable Car

เป็นหนึ่งในที่เที่ยวอันดับต้นๆที่เมื่อไปฮ่องกงแล้วต้องไปเยือน จุดไฮไลท์ก็คือกระเช้าพื้นใส ที่สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา แต่หากใครกลัวความสูงก็เลือกนั่งแบบกระเช้าปกติได้ จากนั้นก็เดินต่อขึ้นไปไหว้ขอพรพระใหญ่ที่ด้านบนของยอดเขา ซึ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ขออะไรก็มักจะสมความปรารถนา

 

▌เดอะ พีค – The Peak

วิวยามค่ำคืนของเมืองฮ่องกงมุมต่างๆ บน The Peak

วิวยามค่ำคืนของเมืองฮ่องกงมุมต่างๆ บน The Peak

หรือ วิคตอเรีย พีค เป็นที่เที่ยวอันดับหนึ่งที่คนนิยมไปมากที่สุด สามารถมองเห็นวิวพาโนรามาของเมืองฮ่องกงได้ ซึ่งเมื่อขึ้นรถ Tram ไปยังจุดสูงสุดของยอดเขา The Peak แล้วจะมองเห็นวิวเมืองด้านล่างได้เกือบทั่วทั้งหมด ไม่เพียงแค่ตึกต่างๆยังเป็นอ่าวและสันเขาไกลๆของเกาะอีกด้วย แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินเพราะแสงจะสวยและยังรอดูไฟจากตึกต่างๆที่จะเปิดในตอนกลางคืนอีกด้วย

 

 

 

ของกินเด็ด ร้านอร่อยห้ามพลาดใน ฮ่องกง

การไปเที่ยวฮ่องกง สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือการต้องมาชิมอาหารต่างๆที่ขึ้นชื่อด้านความอร่อย จนร้านอาหารหลายๆร้านถึงกับต้องบอกว่าเป็นอาหารสูตรฮ่องกงกันเลย และหลายๆคนก็ไปฮ่องกงเพียงเพื่อจะไปทานอาหารอร่อยๆที่มีอยู่มากมายทั่วเมือง

 

▌ติ่มซำ

ขนมจีบ ซาลาเปา ฟองเต้าหู้ทอด จริงๆมีฮะเก๋าด้วย แต่ยังไม่มา

แน่นอนว่าติ่มซำจะต้องเป็นเมนูอันดับต้นๆของที่จะต้องกินเมื่อมาเที่ยวฮ่องกง เพราะมีร้านติ่มซำดังๆที่ขึ้นชื่อในฮ่องกงมากมาย เช่น ร้าน Tim Ho Wan ร้านติ่มซำรางวัลมิชลินที่มาเปิดสาขาในไทยก็เริ่มต้นมาจากฮ่องกงเช่นเดียวกัน โดยในธรรมเนียมการกินติ่มซำที่ฮ่องกงจะมีอยู่หลายแบบเช่น แบบที่จะเอาใส่เข่งแล้วเข็นออกมาให้เลือกกันตามโต๊ะ, แบบที่เค้าจะเอาใส่เข่งจากครัวด้านในร้าน ออกมาวางไว้ที่ครัวด้านนอกร้านแล้วให้ลูกค้าเดินไปเลือกที่ครัวนอกกันเอง และแบบที่ใช้วิธีจดลงกระดาษเมนูเองว่าจะกินอะไรแล้วเอากระดาษไปให้พนักงาน นอกจากนี้ถ้าเป็นร้านติ่มซำแบบบ้านๆ จะเซิพชุดชามกับตะเกียบมาในถ้วยน้ำร้อนพร้อมกาน้ำชา ที่ให้เรา เอาน้ำชาเทล้างถ้วยชามและตะเกียบก่อน แล้วจึงนำมาใช้

ร้านติ่มซำที่แนะนำ เช่น ร้านติ่มซำ Sun Hing ย่าน Kenedy Town เกาะฮ่องกง, ร้าน Tim Ho Wan ที่มีหลายสาขาทั่วฮ่องกงแต่สาขาดั้งเดิมได้ย้ายไปอยู่ในห้าง Olympian ใกล้ๆกับ สถานีรถไฟใต้ดิน Olympic ย่าน Kowloon

 

▌ห่านย่าง หมูแดง หมูกรอบ
บรรยากาศภายในร้านห่านย่าง Yat Lok ย่านสถานี Central

บรรยากาศภายในร้านห่านย่าง Yat Lok ย่านสถานี Central

อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตเมื่อมาเที่ยวฮ่องกง บะหมี่หรือข้าวราดห่านย่าง หมูแดง หมูกรอบ ที่มีรสชาติกลมกล่อม หอมอร่อย แต่จะออกมันกว่าเมืองไทยหน่อย ส่วนเส้นบะหมี่มักจะเป็นเส้นเล็กๆ เคี้ยวกรอบกำลังดี ร้านที่แนะนำเช่น ร้าน Yat Lok ย่าน Central และ ร้านบะหมี่นายมัค(Mak’s Noodle)ที่มีอยู่หลายสาขาทั่วฮ่องกง เช่น ในห้าง The Peak

 

▌บะหมี่เนื้อตุ๋น
บะหมี่เนื้อตุ๋นที่ร้าน Chinese Kitchen Taiwan Beef Noodle

บะหมี่เนื้อตุ๋นที่ร้าน Chinese Kitchen Taiwan Beef Noodle

บะหมี่เนื้อตุ๋นก็เป็นอีกหนึ่งเมนูฮิตของชาวฮ่องกง ที่มักจะใช้เนื้อส่วนหน้าอกที่จะเป็นเนื้อแน่นๆแต่มีมันส์แทรก เอามาตุ๋นให้เปื่อย บางร้านเปื่อยมาก บางร้านเปื่อยน้อย แต่จะนุ่มแทน ในน้ำซุปหอม เข้มข้น ร้านที่แนะนำ เช่น ร้าน Taiwan Beef Noodle ย่าน Tsim Sha Tsui และ ร้าน Kau Kee Beef Brisket ที่ย่าน Central

 

▌โจ๊ก
โจ๊กร้าน Ocean Empire Congee

โจ๊กร้าน Ocean Empire Congee

เป็นเมนูอาหารเช้ายอดฮิตของทั้งคนไทยและคนฮ่องกง โดยโจ๊กฮ่องกงจะมีลักษณะค่อนข้างจะเหลว แต่มีเครื่องให้เลือกใส่ได้เยอะมาก ตั้งแต่ ไข่เยี่ยวม้า(Century Egg) เลือดหมู เครื่องในหมู หมู ไก่ เนื้อ ปลา และอื่นๆ มักจะกินคู่กับ ปาท่องโก๋ เกี๋ยวเตี๋ยวหลอดและน้ำเต้าหู้ ร้านแนะนำ เช่น ร้านโจ๊กม่วง Ocean Empire ย่าน Yau Ma Tei และ ร้านโจ๊ก Sea View Congee ย่าน Mong Kok

 

▌อาหารเช้าสไตล์ฮ่องกง

เมนูทีเด็ด Scrambled Eggs and Toasts ร้าน Australian Dairy Company

เมนูทีเด็ด Scrambled Eggs and Toasts ร้าน Australian Dairy Company

เมนูมักกาโรนีในซุปแฮมของร้าน Australian Dairy Company

เมนูมักกาโรนีในซุปแฮมของร้าน Australian Dairy Company

ร้านชาชังเตง(Cha Chaan Teng)เป็นร้านที่ขายอาหารเช้าสไตล์ฮ่องกงซึ่งมีความเฉพาะตัวแตกต่างจากที่อื่นๆ ทำให้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องลองเมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวฮ่องกง ในเมนูมักจะประกอบไปด้วย ขนมปัง ไข่ ซุกมักกะโรนี และ ชาหรือกาแฟ โดยไข่ที่นิยมทานกันจะเป็นไข่คน(Scrambled Egg)หรือไข่ดาว ขนมปังจะใช้กันหลายแบบ เช่น แบบที่เป็นก้อน 4 เหลี่ยมทาเนยปิ้ง หรือ แบบที่คล้ายกับแฮมเบอร์เกอร์

 

 

 

ซื้ออะไรดีที่ ฮ่องกง

เวลามาเที่ยวฮ่องกงที่แม้ว่าจะเป็นเมืองขนาดเล็กแต่บอกได้เลยว่าของให้ช็อปปิ้งมีตั้งแต่แบรนด์เนมยันสินค้าท้องถิ่นที่มีรูปแบบเฉพาะตัวที่หาซื้อที่นี่ได้เท่านั้น ไม่ว่าข้าวของเครื่องใช้ทั้งถูกตาถูกใจไปซะหมด

 

▌ขนมต่างๆ

Photo by Sungoning from commons.wikimedia.org/wiki/File:HK_Kln_Bay_Telford_Plaza_Tai_Cheong_Bakery.JPG [CC by-sa 4.0]

เวลานึกอะไรเป็นของฝากไม่ออกขนมนี่แหล่ะตอบโจทย์ได้ทุกสิ่ง แถมยังราคาไม่แพงซื้อฝากเยอะๆได้สบายๆ โดยเฉพาะฮ่องกงนี่เรียกว่ามีขนมท้องถิ่นเลื่องชื่อหลายอย่างอย่างที่ชาวไทยคุ้นๆกันก็ทาร์ตไข่ร้าน Tai Choeng ที่หลายๆคนกล่าวขานว่าอร่อยฟินที่สุดในฮ่องกงแล้ว ราคาชิ้นละ 25 บาท ขนมปังกรอบสอดไส้หมูหยองของร้าน KoiKei Bakery อันนี้ก็ดังไม่แพ้กัน ราคากล่องละ 189 บาท และขนมอบกรอบยี่ห้อ Pretz รสเป๋าฮื้อและรสหูฉลาม กล่องใหญ่ราคาประมาณ 500 บาท

ราคาประมาณ : 25 – 500 บาท

 

▌ชาจีน

Photo from Official www.mingcha.com

ชาจีนไม่ได้เหมาะสำหรับเป็นของฝากของผู้ใหญ่เท่านั้น ปัจจุบันคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ชาจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาระบบโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร และช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน แม้กระทั่งเอาไว้จิบชาแกล้มขนมหวานก็เหมาะเพราะไม่มีน้ำตาลทานแล้วเข้ากันอย่างที่สุด โดยชาที่นิยมกันมากในฮ่องกงก็มีทั้งชาผู่เอ๋อร์ ชาดำ ชาอู่หลง และชาขาว

ราคาประมาณ : 100 – 617 บาท

 

▌เครื่องเซรามิค

Photo from Official King Tak Hong

แม้ฮ่องกงจะดูเป็นเมืองที่ทันสมัย หากก็ยังคงวัฒนธรรมของชนชาติจีนอยู่ไม่น้อย ทำให้เครื่องเซรามิกแบบจีนโบราณยังคงมีการผลิตจำหน่ายอยู่ให้เห็นเนืองๆ ซึ่งเครื่องเซรามิกหรือที่เราเรียกกันอีกแบบว่าเครื่องลายครามของฮ่องกงนั้นแบบที่ดั้งเดิมที่สุดเห็นจะเป็นพื้นขาวลายฟ้า ลวดลายการตกแต่งจะเป็นแบบยุคสมัยศตวรรษที่ 9 ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายหรืออลังการของลวดลาย รวมไปถึงขนาดและความประณีต ถ้าซื้อตามตลาดทั่วไปก็สวยพอประมาณในราคาสบายกระเป๋า แต่ถ้าเล็งว่าจะให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแนะนำให้ไปร้านเซรามิกใหญ่ๆจะมีให้เลือกเยอะ

ราคาประมาณ 62 – 247 บาท

 

▌สินค้าที่ทำจากหยก
หยกแบบต่างๆ

หยกแบบต่างๆ

เครื่องประดับประเภทหยกถือว่าเป็นของที่ระลึกที่น่าสนใจไม่แพ้อันอื่นๆ เพราะมีหลากหลายแบบให้เลือก และยังเป็นของฝากที่ดูมีคุณค่าในตัวเอง ของจำพวกเครื่องประดับน่าจะเหมาะกับสาวๆไปจนถึงเด็กน้อย หยกถูกนำมาทำเป็นเครื่องประดับหลายแบบหลายสไตล์ “อาทิ ต่างหู จี้ กำไล แหวน” ที่สำคัญที่ฮ่องกงมีตลาดหยกขนาดใหญ่ใน Yau Ma Tei ที่รวบรวมร้านค้ามากถึง 400 ร้าน เรียกว่าเลือกกันได้แบบจุใจเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญราคาก็ไม่แพงอย่างที่หลายๆคนนึกกลัว เพราะเริ่มต้นแค่ 41 บาทเท่านั้น

ราคาประมาณ : 41 – 411

 

 

 

พักที่ไหนดีในฮ่องกง รวมย่านเด่น โรงแรมฮิต/topic1]

การเลือกย่านที่พักก็เป็นหนึ่งในเรื่องน่าปวดหัวของคนที่กำลังวางแผนไปเที่ยวประเทศใหม่ๆ หรือพื้นที่ใหม่ๆที่ยังไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งก็จะมีปัจจัยต่างๆมาเกี่ยวข้องมากมาย เช่น สภาพแวดล้อม การเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกและอื่นๆ นอกจากนี้ แต่ละคนก็คงจะมีความชอบ ความต้องการไม่เหมือนกัน การเลือกย่านพักจึงต้องดูหลายๆด้านๆ แล้วเลือกด้วยตัวเองจึงจะได้ที่ถูกใจเราที่สุด เราจึงรวมเอาข้อมูลของย่านฮิตๆต่างๆของฮ่องกงมาให้เพื่อใช้ในการเลือกย่านพักกัน

ก่อนอื่นเรามารู้จักพื้นที่ต่างๆในฮ่องกงกันก่อน ฮ่องกงจะแบ่งออกเป็นพื้นที่หลักๆสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ 4 แห่งด้วยกัน คือ เกาะฮ่องกง(Hong Kong Island), เกาลูน(Kowloon), นิวทอริทอรี่(New Territories) และ เกาะลันเตา(Lantau) โดยแหล่งที่พักที่นักท่องเที่ยวนิยมพักกันจะมีแค่ เกาะฮ่องกง และฝั่งเกาลูน แต่ไม่ว่าจะเลือกที่ไหน ฮ่องกงก็มีการเดินทางที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะเครือข่ายรถไฟใต้ดินที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ทำให้การเดินทางไปมาระหว่างย่านต่างๆนั้นสะดวกมาก ยิ่งในเขตเมืองทั้งฝั่งเกาลูนและฮ่องกง แต่ละสถานีรถไฟจะอยู่ห่างกันไม่มากประมาณ 1 กิโลเมตรก็มี สิ่งที่สำคัญจึงควรจะเป็นการเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน เพราะจะยิ่งทำให้การเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆนั้นสะดวกมากขึ้นตามไปด้วย

ย่านยอดนิยมอันดับหนึ่งคือที่เกาะฮ่องกงจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ย่านฮิต คือ Tsim Sha TsuiCentral และ Casuseway Bay

ส่วนย่านที่นิยมรองลงมาก็คือคือฝั่งเกาลูน มีด้วยกัน 4 ย่าน คือ MongkokJordanYau Ma Tei และ Wan Chai 

โรงแรมแนะนำย่านรอบสถานี Tsim Sha Tsui : Sunny Day Hotel (3 ดาว) (ดูรีวิวโรงแรม Sunny Day Hotel), Kimberley Hotel (4 ดาว)The Kowloon Hotel (4 ดาว)Guangdong Hotel (4 ดาว)

โรงแรมแนะนำย่านรอบสถานี Central และ สถานี Hong Kong: Mini hotel Central (3 ดาว)Butterfly on Wellington Boutique Hotel (4 ดาว),

โรงแรมแนะนำย่านรอบสถานี Casuseway Bay: Causeway Corner (3 ดาว)Yesinn @Causeway Bay (1 ดาว)Butterfly on Morrison Boutique Hotel (4 ดาว)

โรงแรมแนะนำย่านมงก๊ก Mongkok: Metropark Mongkok Hotel (3 ดาว)Hotel MK (3 ดาว)Oriental Lander Hotel (3 ดาว) (ใกล้ Prince Edward)

โรงแรมแนะนำย่าน Yau Ma Tei: Inn Hotel Hong Kong (3 ดาว) (ดูรีวิวโรงแรม Inn Hotel), The Cityview Hotel (4 ดาว)Silka Seaview Hotel (3 ดาว)M1 Hotel (3.5 ดาว)

โรงแรมแนะนำย่านวันไช Wan Chai : The Wharney Guang Dong Hotel (4 ดาว)Brighton Hotel Hong Kong (4 ดาว)Wifi Boutique Hotel (3 ดาว)

 

 

แผนที่ต่างๆของ ฮ่องกง

แผนที่ต่างๆจะช่วยให้การวางแผนเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองนั้นง่ายขึ้นอีกเยอะทีเดียว เลือกโหลดกันได้เลยทั้ง สถานที่น่าสนใจ เส้นทางรถไฟ รถไฟใต้ดิน และอื่นๆที่เกี่ยวกับ ฮ่องกง

 

แจกฟรี แผนที่จุดท่องเที่ยวยอดฮิตในฮ่องกง

แจกฟรี แผนที่จุดท่องเที่ยวยอดฮิตในฮ่องกง

 

 

วิธีการเดินทางต่างใน ฮ่องกง

ฮ่องกงมีระบบการขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ครอบคลุมพื้นที่เกือบจะครบทั้งหมด และสะดวกมาก โดยเฉพาะระบบรถไฟใต้ดิน MTR และเครือข่ายรถบัสสายต่างๆ ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในฮ่องกงในนั้นค่อนข้างจะง่าย และสะดวก นอกจากนี้ก็ยังมี รถรางที่เป็นระบบเก่าแก่กว่า 100 ปีแล้วของฮ่องกง รวมทั้งเรือเฟอรี่ และแท๊กซี่ เมื่อการเดินทางง่าย การท่องเที่ยวก็ง่ายตามไปด้วย ซึ่งก็ยังมี App มือถือที่สามารถบอกเราได้ด้วยว่าจะเดินทางจากไหน ไปไหนได้ยังไง ราคาเท่าไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่ มาดูวิธีการเดินทางหลักๆในฮ่องกงทั้ง 8 อย่างกัน

1. รถรางที่วิ่งอยู่ภายในสนามบินฮ่องกง น่าจะเป็นระบบการเดินทางอย่างแรกที่เราจะต้องเจอ โดยจะวิ่งรับส่งผู้โดยสารของ Gate ต่างๆที่มีมากถึง 200 กว่า Gate จะได้ไม่ต้องเดินไกลๆ ใช้บริการได้ฟรี มีรถวิ่งทุกๆ 5 นาที

2. รถไฟด่วนจากสนามบิน Airport Express เป็นรถไฟที่วิ่งตรงระหว่างเมืองกับสนามบิน โดยจะจอดเพียงแค่ 4 สถานีเท่านั้น คือ สถานี Airport Station, สถานี Tsing Yi Station ที่สามารถเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินสายสีส้ม Tung Chung Line ได้, สถานี Kowloon Station ที่เชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดินสายสีส้มเช่นกัน และจะมีบริการรถ Shuttle Bus ฟรีสำหรับพื้นที่อื่นๆในตัวเมืองฝั่ง Kowloon ด้วย และ สถานี Hong Kong Station ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดินอีก 3 สาย คือสีเขียว Tung Chung Line, สายสีแดง Tsuen Wan Line และสายสีฟ้า Island Line และยังมี Shuttle Bus ฟรีสำหรับพื้นที่ต่างๆของตัวเมืองฝั่งเกาะฮ่องกงด้วย โดยใช้เวลาจากสถานี Airport มาที่สถานี Hong Kong เพียง 25 นาทีเท่านั้น ราคา 100 เหรียญต่อเที่ยว มีรถวิ่งทุกๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 05:54 – 00:48

3. รถไฟใต้ดิน MTR มีค่อนข้างครอบคลุมพื้นที่ของฮ่องกง มีทั้งหมด 12 สาย(รวม Airport Line ด้วย) และเกือบ 100 สถานี มีวิธีการใช้งานคล้ายกับรถไฟฟ้าบ้านเรา ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของฮ่องกงนั้นง่ายและสะดวกมาก เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ประมาณ 6 โมงเช้าจนถึงประมาณเที่ยงคืน แต่ละสถานี แต่ละสายจะไม่เท่ากัน ค่าโดยสารจะแล้วแต่ระยะทาง เริ่มต้นที่ 3.5 เหรียญ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระยะทาง สามารถใช้กับบัตรเติมเงิน Octopus ได้ ตอนเข้าและออกเครื่องกั้น ให้แตะบัตรก่อนแล้วจึงเดินผลักที่กั้นแบบหมุนๆเข้าไป หรือถ้าไม่มีบัตร Octopus ก็สามารถซื้อบัตรแบบเป็นเที่ยวได้ที่เครื่องขายตั๋ว หรือที่เค้าเตอร์ก็ได้

4. เครือข่ายรถบัสของฮ่องกง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกแห่ง ถ้าเป็นในพื้นที่เมืองส่วนใหญ่จะเป็นรถบัสแบบ 2 ชั้น หรือแบบรถบัสเล็กที่คล้ายกับรถตู้แต่มีขนาดใหญ่กว่า และมีปริมาณรถมากส่วนใหญ่จึงไม่ต้องรอนาน รถบัสส่วนใหญ่จะเป็นแบบปรับอากาศ ใช้งานได้ง่ายสามารถ และราคาค่อนข้างถูกที่สุด เริ่มต้นประมาณ 2 เหรียญเท่านั้น แต่เราอาจจะต้องรู้ว่าจะขึ้นรถที่ไหนและลงที่ไหนหรือป้ายอะไร ซึ่งวิธีการดูก็ไม่ยากอะไร สามารถใช้ Google Map ได้เลย หรือจะโหลด App การเดินทางของฮ่องกงก็ได้

5. รถ Minibus  หรือ Public Light Bus (PLB)

เป็นรถบัสขนาดเล็กที่มีที่นั่งไม่เกิน 16 ที่นั่งและยืนไม่ได้ ส่วนใหญ่จะวิ่งในเส้นทางที่รถบัสปกติไม่ได้วิ่งหรือว่าวิ่งน้อย และเป็นระบบที่จะออกวิ่งเมื่อผู้โดยสารเต็ม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สีเขียวและสีแดง โดยดูได้จากสีตอนบนของรถบัส สีเขียวจะวิ่งเส้นทางเดิมทุกครั้ง และมีค่าโดยสารแบบเหมา ส่วนสีแดงจะมีกฏระเบียบน้อยกว่า

6. รถราง Tram เป็นระบบการขนส่งแบบคลาสสิคที่มีเครือข่ายอยู่เฉพาะที่เกาะฮ่องกง(Hong Kong Island)เท่านั้น มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว มีการใช้งานคล้ายกับรถบัส มี 2 ชั้น ราคาไม่แพง ผู้ใหญ่ 2.3 เหรียญเด็ก 1.2 เหรียญ เป็นแบบเหมา แต่จะต่างกับรถบัสตรงที่ เวลาขึ้น ให้ขึ้นที่ด้านหลัง แล้วเวลาลงให้ลงที่ทางออกด้านหน้าแล้วค่อยจ่ายเงินขาลงที่แท่นข้างคนขับ ถ้าเป็นบัตร Octopus ก็แตะเอา ถ้าเป็นเงินสดให้เตรียมเหรียญให้พอดีเพราะจะไม่ทอนเหมือนกันกับรถบัส

7. เรือเฟอรี่ หรือเรือข้ามฟาก เนื่องจากฮ่องกงมีสภาพเป็นเกาะน้อยใหญ่มากมาย การโดยสารเรือจึงเป็นหนึ่งในวิธีการเดินทางที่เป็นที่นิยมมาตั้งแต่โบราณ แต่ปัจจุบันได้มีการสร้างอุโมงค์และสะพานเชื่อมต่อมากมายทำให้ คนลดความนิยมลง กลายเป็นเรือที่นั่งเพื่อการท่องเที่ยวแทนโดยเฉพาะที่บริเวณอ่าววิคตอเรียที่เป็นจุดชมการแสดง Symphony of Light

8. แท๊กซี่(Taxi)ในฮ่องกง จะแบ่งพื้นที่วิ่งออกเป็น 3 พื้นที่ 3 สีด้วยกัน สามารถเรียกข้ามเขตได้ ถ้ามีค่าทางด่วนหรือค่ารอดอุโมงค์ ผู้โดยสารจะต้องเป็นคนออกทั้งขาไปและกลับ เช่น ใช้งานสะพานข้ามเกาะ เพราะแท๊กซี่คนละสีจะรับผู้โดยสารนอกเขตไม่ได้ ต้องวิ่งกลับเข้าเขตตัวเองเท่านั้น นั่งได้ไม่เกิน 4 คน และแท๊กซี่มีโอกาสที่จะปฏิเสธผู้โดยสารได้ด้วย ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่จะคิดค่ากระเป๋าเพิ่มใบละ 5 เหรียญ แท๊กซี่ทั้ง 3 สีคือ สีแดง วิ่งในเขตตัวเมืองฮ่องกง และเกาลูนทั้งหมด ราคาจะแพงที่สุด เริ่มต้นที่ 2 กิโลเมตรแรก 22 เหรียญและ 1.6 เหรียญทุก 0.2 กิโลเมตร, สีเขียว วิ่งเขตนิวทอริทอรี่(New Terirories) เริ่มต้น 2 กิโลเมตรแรกที่ 18.5 เหรียญ และ 1.4 เหรียญทุกๆ 0.2 กิโลเมตร และ สีฟ้าภายในเกาะลันเตา(Lantau) เริ่มต้น 17 เหรียญ และ 1.4 เหรียญทุกๆ 2 กิโลเมตรเช่นกัน

 

 

จากสนามบินเข้าตัวเมืองฮ่องกงยังไง

สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ของฮ่องกง(Hong Kong Airport) ชื่อว่า สนามบิน เชก แลป กอก (Chek Lap Kok Airport) ตั้งอยู่ที่เกาะลันเตา(Lantau Island) ที่เป็นเกาะเดียวกันกับ ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์พระใหญ่นองปิง และห้างเอ้าเล็ทซิตี้เกท ห่างจากตัวเมืองฮ่องกงประมาณ 30 กิโลเมตร มีวิธีการเดินทางหลากหลายแบบให้เลือก ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองโดยรวม ตั้งแต่ 25-50 นาที โดยเราจะเรียงลำดับไล่จากความนิยมตามนี้เลย

1. รถไฟ Airport Express(AE) เป็นวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองฮ่องกงที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วที่สุด แต่ราคาอาจจะสูงอยู่บ้าง โดยจะวิ่งตรงจาก Airport ไปสุดที่สถานีรถไฟของเกาะฮ่องกง(Hong Kong Island) โดยจะจอดเพียงแค่ 3 สถานีซึ่งเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดิน MTR เท่านั้นคือ ซิงยี่(Tsing Yi Station), เกาลูน(Kowloon Station) และ สถานีฮ่องกง(Hong Kong Station) ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 25 นาทีก็เข้าถึงตัวเมือง ซึ่งจะยังมีบริการรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีกับโรงแรมใหญ่ๆดังๆในฮ่องกงหลายโรงแรมเลยด้วย อยู่ที่ 2 สถานีคือที่สถานี Kowloon Station สำหรับโรงแรมที่อยู่ฝั่ง Kowloon และสถานี Hongkong Station สำหรับโรงแรมที่อยู่ฝั่งเกาะฮ่องกง โดยสามารถสอบถามจากพนักงานที่ขายตั๋วได้เลย หรือเช็คได้จาก เว็บไซต์นี้

จากสถานี Airport ไปลงที่สถานี Tsing Yi ราคาผู้ใหญ่แบบเที่ยวเดียว 60 เหรียญ ไปกลับ 110 เหรียญ ราคาเด็กมีแบบเดียว 30 เหรียญต่อเที่ยว

จากสถานี Airport ไปลงที่สถานี Kowloon ราคาผู้ใหญ่แบบเที่ยวเดียว 90 เหรียญ ไปกลับ 160 เหรียญ ราคาเด็กมีแบบเดียว 45 เหรียญต่อเที่ยว

จากสถานี Airport ไปลงที่สถานี Hong Kong ราคาผู้ใหญ่แบบเที่ยวเดียว 100 เหรียญ ไปกลับ 180 เหรียญ ราคาเด็กมีแบบเดียว 50 เหรียญต่อเที่ยว

2. การนั่งรถบัสเข้าเมือง ที่สนามบินจะมีรถบัสมากมายหลายสายที่วิ่งเป็นเครือข่ายกระจายไปทั่วทั้งฮ่องกง ถ้าคุณต้องการวิธีการเดินทางที่ค่อนข้างประหยัด และสะดวกสบายพอสมควร เพราะมีโอกาสสูงมากที่รถบัสจะวิ่งผ่านไปใกล้กับโรงแรมที่เราพักเลย วิธีการเดินทางด้วยรถบัสออกจากสนามบินเลยก็น่าสนใจไม่น้อย ถึงแม้ว่ารถบัสแต่ละสายจะเสียค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ประมาณ 30-40 เหรียญ ซึ่งก็ยังจะถูกกว่าวิธีการเดินทางอื่นอยู่ดี แต่คุณจะต้องรู้ว่าโรงแรมของคุณอยู่ที่ไหน ถนนอะไร และรถบัสสายไหนที่จะผ่าน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากหน้าเว็บไซต์นี้ หรือไปสอบถามที่ประชาสัมพันธ์บริเวณที่ขึ้นรถบัสเอาเลยก็ได้ โดยจะใช้เวลาประมาณ 40-50 นาทีกว่าจะถึงตัวเมือง รถบัสสายเด่นๆจะมี A21 ผู้ใหญ่ 33 เหรียญ เด็ก 16.5 เหรียญ ที่จะวิ่งไปใจกลางของเกาะฮ่องกง และรถบัสสาย A11 ผู้ใหญ่ 40 เหรียญ เด็ก 20 เหรียญ ที่จะวิ่งผ่านใจกลางของฝั่งเกาลูน(Kowloon)

3.  การนั่งรถบัส ไปต่อรถไฟใต้ดิน สายสีส้ม Tung Chung Line วิธีนี้จะเป็นวิธีการเดินทางเข้าเมืองฮ่องกงที่ประหยัดที่สุด โดยค่ารถบัสจากสนามบินไปลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tung Chung Station จะประมาณ 3.5 เหรียญ และค่ารถไฟใต้ดินเข้าเมืองอีกประมาณ 16 เหรียญ รวมเป็นประมาณ 20 เหรียญ แต่วิธีการนี้จะค่อนข้างยุ่งยากหน่อย เพราะจะต้องมีการเปลี่ยนการเดินทางไปมาอย่างน้อย 2 รอบ หรือส่วนใหญ่จะเป็น 3 หรือ 4 รอบ เพราะสายสีส้มไม่ได้วิ่งตรงเข้ากลางเมืองซึ่งเป็นที่พักที่เป็นที่นิยมกันมากนัก จึงต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟอีก 1-2 ต่อ เพื่อไปลงที่อยู่ใกล้โรงแรม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที

4. ใช้บริการแท๊กซี่จากสนามบิน จะสะดวกสบายที่สุด เพราะขึ้นจากสนามบินไปลงที่หน้าโรงแรมได้เลย โดยทั่วไปจะนั่งได้ไม่เกิน 4 คน ถ้านั่งเข้าเมืองมักจะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าโดยสารจากสนามบินไปบริเวณเกาะฮ่องกงประมาณ 290-320 เหรียญ และเมืองเกาลูนประมาณ 225-250 เหรียญ และเสียค่ากระเป๋าอีกใบละ 5 เหรียญ ถ้ามากัน 4 คนพอดี การเดินทางด้วยแท๊กซี่อาจจะถูกว่าการนั่งรถไฟ Airport Express ซะอีก

 

 

บัตรและพาสต่างๆใน ฮ่องกง

บัตรต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินทางในฮ่องกงมีอยู่หลายอย่างหลายประเภท มีทั้งแบบเติมเงิน Pre paid ที่เรียกว่า Octopus, แบบเหมาเป็นรายวัน ซึ่งก็มีที่ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆกันให้เลือกอีกหลายแบบ เพื่อไม่ให้สับสนเราจึงรวมเอาข้อมูลบัตรทุกแบบพร้อมเงื่อนไขและคำแนะนำในการใช้มารวมกันไว้ในหน้านี้เลย

 

▌บัตรเติมเงิน Octopus

บัตรเติมเงิน Octopus ใบเดียวเที่ยวทั่วฮ่องกง

บัตรเติมเงิน Octopus ใบเดียวเที่ยวทั่วฮ่องกง

เป็นบัตรที่ใช้จ่ายค่าเดินทางในฮ่องกงได้ทุกแบบ ทั้ง รถบัส, รถไฟ, รถราง, ที่จอดรถ, บริการต่างๆเช่น ตู้ Locker, ร้านอาหาร, ศูนย์อาหาร และใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อต่างๆได้ด้วย เป็นบัตรที่คนฮ่องกง 99% มีกัน และเป็นบัตรที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้ วิธีการใช้งานก็ง่ายเหมือนบัตรรถไฟฟ้าบ้านเรา แค่แตะที่แป้น ก็เรียบร้อย สามารถเติมเงินได้เองง่ายที่ตู้อัตโนมัติหรือที่เค้าเตอร์ตามสถานีรถไฟ ขั้นต่ำ 50 เหรียญ สามารถซื้อได้หลายแห่งเช่นตามสถานีรถไฟทุกสถานี เป็นบัตรใบเดียวทั่วฮ่องกงจริงๆ โดยจะมีอยู่ 2 แบบให้เลือก คือ

1 แบบเช่าบัตร (On-Loan Octopus Card) ซึ่งเป็นแบบที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้ สามารถซื้อได้ตามสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่ง โดยมีราคาขั้นต่ำ 150 เหรียญ โดยเราจะมีเงินในบัตรที่ใช้ได้แค่ 100 เหรียญ ส่วนอีก 50 เหรียญจะเป็นค่ามัดจำบัตร ซึ่งเราสามารถคืนบัตรได้ โดยจะถูกหักค่าใช้บัตร 9 เหรียญ ตัวอย่างเช่น ถ้าเงินในบัตรเหลือ 25 เหรียญ เรานำไปคืน จะได้เงินมา 25 + 50 – 9 = 66 เหรียญ การคืนบัตร Octopus สามารถคืนได้ที่เค้าเตอร์ตามสถานีรถไฟทุกสถานี หรือที่สนามบินก็ได้ แต่ต้องระวังในกรณีที่บัตรเสียหายจะคืนไม่ได้

2 แบบซื้อบัตร (Sold Tourist Octopus Card) ทำขึ้นมาสำหรับคนชอบสะสมหรือต้องการเก็บไปเป็นที่ระลึก เพราะจะเป็นแบบที่เราซื้อบัตรมาเลย จะคืนบัตรไม่ได้ โดยจะเสียค่าบัตร 39 เหรียญ และในบัตรจะไม่มีเงินอยู่เลยต้องนำไปเติมเงินก่อนจึงจะใช้ได้ บัตรแบบนี้จะสามารถซื้อได้เฉพาะที่ร้านสะดวกซื้อเช่น 7/11 หรือแบบ Online เท่านั้น ไม่สามารถซื้อที่เค้าเตอร์ทั่วไปได้

 

▌บัตรเหมาของ MTR Tourist Day Pass

ตัวอย่างบัตรแบบเหมา Hong Kong Tourist Day Pass

ตัวอย่างบัตรแบบเหมา Hong Kong Tourist Day Pass

จะเป็นแบบเหมาจ่าย ใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะอยู่ในฮ่องกงไม่เกิน 14 วันเท่านั้น ใช้กับรถไฟ MTR ได้ทุกสายยกเว้นสาย Airport Express และ สถานที่จะไปเซินเจิ้นประเทศจีน สามารถโดยสาร รถไฟ และรถบัส MTR ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเป็นเวลา 1 วัน โดยนับเป็นแบบ 24 ชั่วโมง หลังจากที่เริ่มใช้งานครั้งแรก เช่น เริ่มใช้งานครั้งแรกตอน 10 โมงเช้า ก็จะสามารถใช้ได้จนถึง 10 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น สามารถหาซื้อได้ตามสถานีรถไฟใต้ดินทั่วไป บัตรนี้มี 2 แบบคือ

1 บัตรผู้ใหญ่ Adult Tourist Day Pass อายุ 11 ปีขึ้นไป 1 วันราคา 65 เหรียญ

2 บัตรเด็ก Child Tourist Day Pass อายุ 3-11 ปี 1 วันราคา 30 เหรียญ

 

▌บัตรทุกแบบจะมีการใช้งานง่ายๆเพียงแค่ 2 แบบ

วิธีการใช้งานบัตร Octopus

1. แบบแตะที่แป้น

2. แบบสอดเข้าช่องแล้วดึงออก

 

 

 

แพลนเที่ยวฮ่องกงที่แนะนำ

สำหรับคนที่จะเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองครั้งแรกก็อาจจะต้องทำการบ้านเยอะหน่อย ต้องเลือกทั้งที่พัก จัดตารางเวลา ที่เที่ยว ที่กิน วิธีการเดินทางต่างๆ ถึงจะสนุกแต่ก็บางทีก็อาจจะทำให้หลายๆคนปวดหัวได้เหมือนกันโดยเฉพาะคนที่ยุ่งๆมีเวลาน้อย เราจึงจะมาแนะนำทริปที่สามารถลอกได้เลยโดยที่ไม่ต้องคิดมาก สำหรับระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

 

▌วันที่ 1

เริ่มต้นวันแรกออกจากประเทศไทยตอนเช้าไปถึงสนามบินฮ่องกงก่อนเที่ยง เดินทางเข้าที่พัก (ดูวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืงฮ่องกงได้ที่นี่) ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เช็คอินให้เรียบร้อยแล้วหาอะไรทานแถวๆโรงแรม

จากนั้นตอนบ่ายเราจะไปเที่ยว วัดและสวนชื่อดังก่อนเลย โดยให้นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียว เพื่อไป วัดหว่องไทซินหรือหวังต้าเซียน(Wong Tai Sin Temple) ลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Wong Tai Sin ซึ่งเป็นวัดที่เชื่อกันว่าจะทำให้พรสมปรารถนา และมีผลการเสี่ยงเซียมซีที่แม่นมาก

วัดหวังต้าเซียน-–-Wong-Tai-Sin-Temple

วัดหวังต้าเซียน หรือ วัดหว่องไทนซิน Wong Tai Sin Temple

ศาลากลางน้ำตกแต่งแบบจีน

ศาลากลางน้ำตกแต่งแบบจีน

จากนั้นให้ต่อรถไฟใต้ดินสายเดิม ไปลงที่สถานีติดกันคือ Diamond Hill Station เที่ยว สวนหนานเหลียน(Nan Lian Garden)และวัดนางชีฉีหลิน(Chi Lin Nunnery) ซึ่งเป็นวัดที่สวยงามมาก มีรูปแบบสวน และอาคารต่างๆคล้ายกับหลายๆวัดดังในประเทศญี่ปุ่น

วัดนางชีฉีหลินและสระบัว

วัดนางชีฉีหลินและสระบัว

ศาลากลางน้ำสีทองที่สวนหนานเหลียน

ศาลากลางน้ำสีทองที่สวนหนานเหลียน

ตกเย็นให้นั่งรถไฟใต้ดินไปที่สถานีมงกก(Mong Kok)เพื่อเปลี่ยนเป็นสายสีแดง(จริงๆแล้วเปลี่ยนได้หลายสถานี แต่สถานีอื่นจะต้องเดินไกลกว่า) แล้วนั่งต่อไปลงที่สถานี Tsim Sha Tsui ถ้าหิวข้าวแล้วก็ให้แวะไปทานติ่มซำ ร้าน Sweet Dynasty ก่อนได้เลย แต่ถ้าใครทานดึก ก็ให้ไปเดินเล่นที่ ถนนดารา(Avenue of Star) ริมอ่าววิคตอเรีย แล้วรอชมการแสดงแสงสีเสียง Symphony of Light เวลา 2 ทุ่ม แล้วจึงค่อยไปทานข้าวเย็น เสร็จแล้วก็เดินเล่นช้อปปิ้งแถว Tsim Sha Tsui ต่อ เป็นอันว่าจบวันที่ 1

ถนนซุปเปอร์สตาร์ Avenue of Stars

ถนนซุปเปอร์สตาร์ Avenue of Stars

ล่องอ่าววิคตอเรียชมแสงสีเสียง Symphony of Lights

ล่องอ่าววิคตอเรียชมแสงสีเสียง Symphony of Lights

 

▌วันที่ 2

ตื่นเช้ามา แนะนำให้ทานอาหารเช้าสไตล์ฮ่องกง แนะนำ 7 ร้านอาหารเช้าสไตล์ฮ่องกงตามลิงค์นี้ ที่พักใกล้ร้านไหนเลือกร้านนั้นได้เลย เสร็จแล้วนั่งรถไฟไปที่เที่ยวฮ่องกงดิสนีย์แลนด์กัน โดยนั่งรถไฟไปเปลี่ยนเป็นสาย Disneyland Resort Line ที่สถานี Sunny Bay โดยเราจะอยู่เที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์กันจนเย็นเลย ให้คุ้มกับค่าตั๋วหน่อย

ส่วนในช่วงดึกนี้จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ จะอยู่รอชมพลุที่ดิสนีย์แลนด์เลยก็ได้ ซึ่งจะมีพลุลอยอยู่เหนือปราสาทดิสนีย์แลนด์สวยงามมาก หรือจะกลับเข้าเมืองเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ว่ากันว่าสวยที่สุดของฮ่องกง ที่ The Peak ถ้าเลือกไปที่ The Peak ควรจะออกจากดิสนีย์แลนด์ก่อน 5 โมงเย็นเพื่อจะได้ไปทันดูพระอาทิตย์ตกที่ The Peak โดยให้นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Central แล้วเดินไปที่สถานีรถ Tram ขึ้น The Peak ซึ่งควรเผื่อเวลาสำหรับต่อคิวขึ้น tram เอาไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงด้วย แล้วทานดินเนอร์ที่ร้านบะหมี่เกี้ยวกุ้งชื่อดัง Mak’s Noodle (ดูรีวิวร้าน Mak’s Noodle ที่นี่) จบวันที่ 2

ทางเข้าฮ่องกงดีสนีย์แลนด์

ทางเข้าฮ่องกงดีสนีย์แลนด์

ล่องเรือ Jungle River Cruise

ล่องเรือ Jungle River Cruise

ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์-–-Hong-Kong-Disneyland

การจุดพลุตอนกลางคืนที่ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ Hong Kong Disneyland

ด้านบน Sky Terrace 428 เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด

ด้านบน Sky Terrace 428 เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด

วิวยามค่ำคืนของเมืองฮ่องกงมุมต่างๆ บน The Peak

วิวยามค่ำคืนของเมืองฮ่องกงมุมต่างๆ บน The Peak

 

▌วันที่ 3

เก็บกระเป๋า เช็คเอ้าที่โรงแรม ตรงนี้จะเน้นเที่ยวไม่ไกลจากโรงแรมมากนักเพราะเราจะต้องกลับมาเอากระเป๋าตอนเที่ยง ถ้าใครพักอยู่ฝั่งเกาะฮ่องกงอาจจะเดินเล่นดูตึกอาคารทั้งเก่าและใหม่ของย่าน Central ถ้าใครอยู่ฝั่งเกาลูนสามารถเลือกไปเที่ยว ตลาดต่างๆเช่น ตลาดนก ตลาดปลาทอง และ ตลาดดอกไม้ ใกล้ๆกับสถานีรถไฟใต้ดิน Prince Edward ที่มีรถไฟสายสีแดงและสายสีเขียวผ่าน แล้วแวะทานอาหารเที่ยงเป็นติ่มซำ ร้าน One Dim Sum ที่ได้ 1 Michelin star

ตลาดปลาทองฮ่องกง---Hong-Kong-Goldfish-Market2

ตลาดปลาทองฮ่องกง

ตลาดนกยวนโป

ตลาดนกยวนโป

บ่ายโมงให้เรานั่งรถไฟไปลงสถานี Tung Chung สุดสายสีส้ม เพื่อไปขึ้นกระเช้านองปิงไปสักการะพระใหญ่แห่งฮ่องกงและวัด Po Lin  สามารถฝากกระเป๋าเดินทางได้ที่ตู้ Locker ชั้น B2 และ B3 ของห้าง City Gate Outlet จะถูกกว่า แต่ถ้าเต็มก็เอาไปฝากที่จุดขึ้นกระเช้านองปิงแทนก็ได้ ควรเผื่อเวลาสำหรับต่อคิวกระเช้าทั้งขาขึ้นและขาลงอย่างละ 1 ชั่วโมง ถ้าใครต้องการกลับมาเดินช้อปปิ้งที่ห้าง City Gate Outlet ต่อก็ต้องกลับก่อน หลังจากกลับมาก็เก็บกระเป๋าแล้วไปขึ้นรถบัสไปสนามบิน ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีก็จะถึงสนามบิน เดินทางกลับไทยโดยสวัสดิภาพ เป็นอันว่าจบทริปแล้วจ้า

ห้างลดราคา-City-Gate-Outlet

บรรยากาศภายในห้าง City Gate Outlet

บรรยากาศภายในห้าง City Gate Outlet

นองปิง-ขึ้นกระเช้าไหว้พระใหญ่-–-Ngong-Ping-360

วิวจากบันไดทางขึ้นพระใหญ่

วิวจากบันไดทางขึ้นพระใหญ่

 

 

 

เรื่องอื่นๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยว ฮ่องกง
  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท สามารถใช้บริการ SIM การ์ดที่มีเฉพาะเน็ทอย่างเดียว หรือจะใช้แบบ Pocket WIFI ใช้ได้ทีละหลายๆคนก็ได้ ตกวันละประมาณ 100-300 บาท
  • ประกันการเดินทาง มีให้เลือกมากมายหลายเจ้า ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่ราคา การคุ้มครอง การเบิกจ่าย ส่วนการซื้อมีทั้งซื้อออนไลน์ ซื้อผ่านเอเจ้น หรือซื้อตามสาขาของประกันภัยเจ้านั้นๆ ที่ฮิตๆกันก็มี MSIG, ไทยประกันชีวิต, AIG, ทิพภยประกันภัย และอื่นๆอีกมากมาย มีราคาให้เลือกตั้งแต่วันละไม่กี่สิบบาทขึ้นไป
  • เที่ยวฮ่องกงได้ สูงสุดกี่วัน คนไทยสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสุด 30 วัน