TAIWAN TALON GUIDE คู่มือเที่ยว∙กิน∙ช้อป ไต้หวัน ไทเป แบบง่ายๆ ครบจบในหน้าเดียว


อัพเดตล่าสุดเมื่อ 30 เมษายน 2566

 

สำหรับคนที่กำลังสนใจอยากรู้เกี่ยวกับไต้หวัน(Taiwan) ประเทศท่องเที่ยวฮอตฮิตน้องใหม่มาแรงของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะเพิ่งเปิดฟรีวีซ่าได้ไม่นานนี้ว่า เป็นยังไง อยู่ที่ไหน มีอะไรน่าสนใจบ้าง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของกิน ของช้อป ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และอื่นๆอีกมากมาย หน้านี้มีทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราได้รวบรวมมาอยู่ในหน้านี้หน้าเดียวแบบครบจบ กับ TAIWAN TALON GUIDE

 

ทำไมต้อง ไต้หวัน

 

ไต้หวัน(Taiwan) ประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยหลายคนถึงกับบอกว่าดีงามใกล้เคียงกับญี่ปุ่นแต่ค่าครองชีพถูกกว่า 3 เท่า! เป็นเกาะที่มีรูปร่างคล้ายวงรี ห่างจากประเทศไทยไม่ไกลนัก ประมาณ 3-4 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน มีขนาดประมาณ 6 จังหวัดของไทยรวมกัน มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายซึ่งผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งความทันสมัย ศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม ป่าไม้และภูเขาที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม รวมทั้งอาหารที่ถูกปากนักท่องเที่ยวไปทั่วโลก อีกทั้งคนไต้หวันเองก็เรียกว่าเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก มีถนนหนทาง สะอาด ปลอดภัย มีการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย แต่ค่าครองชีพกลับไม่ได้ต่างจากเมืองไทยซักเท่าไหร่ จึงประหยัดงบกันได้ค่อนข้างมาก หรือสามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจหรือนานขึ้นกว่าหลายๆประเทศที่เจริญแล้ว เรียกว่า ไม่ไป ไม่ได้แล้ว

 

เที่ยวไต้หวันช่วงไหนดี แต่ละฤดูเป็นยังไง

ไต้หวัน(Taiwan)มีลักษณะเป็นเกาะรูปวงรียาวจากเหนือมาใต้และมีภูเขาขั้นกลางระหว่างฝั่งซ้ายและฝั่งขวา มีเมืองใหญ่ๆอยู่ 2 เมืองทางตอนเหนือของเกาะคือเมืองหลวงไทเป(Taipei) และทางตอนใต้ของเกาะคือเมืองเกาสง(Kaohsiung) ซึ่งมีลักษณะของภูมิอากาศที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทางเหนือจะหนาวเย็นกว่าทางตอนใต้ของเกาะประมาณ 1-2 องศา มีสภาพอากาศโดยทั่วไปกึ่งร้อนชื้น คล้ายกับเมืองไทยแต่จะเย็นกว่าเล็กน้อย  ยกเว้นบริเวณยอดเขาสูงซึ่งจะหนาวเย็นกว่ามาก บางยอดเขาของไต้หวันนั้นสูงมากเกือบ 4 พันเมตรจากระดับน้ำทะเล (ดอยอินทนนท์ ที่สูงที่สุดของไทย สูงเพียง 2,330 เมตร) ในช่วงฤดูหนาวถึงกับมีหิมะตกและน้ำแข็งปกคลุมบนยาวเขาด้วย เช่นที่ ยอดเขาอาลีซัน(Alishan)

อุณภูมิโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปีของไต้หวันอยู่ที่ 22 องศา อุณภูมิเฉลี่ยสูงสุด 25 องศาในตอนกลางวัน และอุณภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 14 องศาในตอนกลางคืน มีพายุไต้ฝุ่นปีหนึ่งประมาณ 3-4 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนช่วงเดือนกรกฏาคมถึงเดือนกันยายน บางครั้งก็ทำให้เกิดความเสียหายด้วย เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินสไลด์ ใครเลือกเดินทางช่วงนี้อาจจะต้องติดตามข่าวกันอย่างต่อเนื่อง

ไต้หวันมีฤดูกาลที่แตกต่างกันอยู่ 4 ฤดูกาล คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว

– เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนสิงหาคม มีอุณภูมิเฉลี่ยที่ 31 องศา

– เดือนที่หนาวที่สุดคือ เดือนมกราคม มีอุณภูมิเฉลี่ยที่ 15 องศา

– เดือนที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดคือ เดือนมิถุนายน

โดยสรุปช่วงที่อากาศดีที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเดือนอื่นๆจะแย่กว่ามาก แม้แต่ในช่วงที่พายุเข้าก็ยังสามารถเดินเที่ยวเล่นในเมืองใหญ่ๆอย่างไทเปได้ เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวในร่มอยู่หลากหลายเช่นกัน

 

 

ไปเที่ยวไต้หวัน ใช้งบประมาณเท่าไหร่

ค่าเงินไต้หวันเรียกว่า New Taiwan Dollar หรือ NTD หรือที่ส่วนใหญ่จะนิยมเรียกเป็นหน่วย “เหรียญ” เมื่อเทียบกับเงินไทยจะใกล้เคียงกันมาก ต่างอาจจะแพงกว่าประมาณ 10% เช่น 1 เหรียญไต้หวันเท่ากับ 1.1 บาทไทย ค่าครองชีพโดยทั่วไปในกรุงไทเปจะพอๆกับในกรุงเทพโดยแพงกว่าซัก 10-20% ทำให้การไปเที่ยวไต้หวันนั้นใช้เงินไม่มากเหมือนหลายๆประเทศที่เจริญแล้ว แต่กลับได้ความสะดวกสบายที่ไม่แพ้กันเลย

มาดูสรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆทั้งหมดที่เกียวข้องกับการไปเที่ยว ไต้หวัน ไทเปกัน โดยจะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ สำหรับ สายประหยัดสุดชีวิต กับ สายทั่วๆไปประหยัดบ้างสบายบ้าง จะออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

ค่าตั๋วเครื่องบิน 5,000 บาท / 10,000 บาท – ราคาไปกลับ

ค่าช้อปปิ้ง 0 บาท / 5,000 บาท

ค่าที่พัก คืนละ 600 บาท / 1,300 บาท – ราคาต่อคนต่อคืน

ค่ากิน วันละ 300 บาท / 700 บาท

ค่าเดินทาง 150 บาท / 300 บาท

ค่าเที่ยว 100 บาท / 300 บาท

รวมค่าใช้จ่ายต่อวัน 550 บาท / 1,300 บาท

สรุปรวมค่าใช้จ่ายสำหรับทริปไทเป ไต้หวัน

ทริปไทเป ไต้หวัน 4 วัน 3 คืน แบบประหนัดสุด ประมาณ 8,100 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 19,100 บาท

ทริปไทเป ไต้หวัน 6 วัน 5 คืน แบบประหนัดสุด ประมาณ 11,300 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 24,300 บาท

การคิดงบประมาณในการไปเที่ยวด้วยตัวเองนั้นไม่แพงเลย แถมมีความยืดหยุ่นได้มากจึงขึ้นอยู่กับแพลนการท่องเที่ยวของตัวเอง ว่าอยากเที่ยวแบบไหนเอาแบบสบายๆพักหรูนิดนึง บินด้วยสายการบิน Full service ในระยะเวลาเที่ยว 6 วัน 5 คืน น่าจะประมาณ 25,000บาทต่อคน  (ไม่รวมช็อปปิ้ง) ส่วนถ้าอยากประหยัดก็บินน Low Cost จิ้มโปรโมชั่นถูกๆให้ทัน พักแบบโฮสเทล อย่างงี้ก็สบาย มีแค่ประมาณ 12,000 บาทต่อคน ก็น่าจะเอาอยู่ หรือถ้ามีงบไม่ถึงหมื่นก็อาจจะเลือกไปเที่ยวไต้หวันแค่ 4-5 วันก็ได้เช่นกัน

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใน ไต้หวัน

อย่างที่เกริ่นนำไปแล้วว่า ไต้หวัน มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายซึ่งผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งความทันสมัย ศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม ป่าไม้และภูเขาที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม โดยมีเมืองหลวงคือ กรุงไทเป ที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไต้หวัน และ เมืองเกาสงที่เป็นเมืองใหญ่ทางตอนใต้

ตึก Taipei 101

ตึก Taipei 101

เป็นหนึ่งใน Landmark หลักของเมืองไทเป เป็นตึกที่สูงที่สุดในไต้หวัน และสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก(ปี 2004 เคยสูงที่สุดในโลก) มีควาสูงมากถึง 508 เมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตเมื่อมาเยือนไทเป

 

ล่องเรือชมทะเลสาป

เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศไต้หวัน อยู่ที่เมืองหนานโถวบริเวณตอนกลางของเกาะ เป็นทะเลสาบที่มีเกาะเล็กๆอยู่ตรงกลางที่แบ่งทะเลสาบออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งตะวันออกมีรูปร่างกลมเหมือนพระอาทิตย์และฝั่งตะวันตกที่มีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักตากอากาศของทั้งชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ

 

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street)

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street)

เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ร่ำรวยที่ตั้งอยู่บนเนินเขา หันหน้าเข้าหาทะเล เคยเป็นแหล่งของการทำเหมืองแร่ทองคำมาก่อน โดยมีสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนที่สวยงามแปลกตา จนเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจกลายเป็นฉากหลักของภาพยนตร์แอนนิเมชั่นเรื่องดังของญี่ปุ่นเรื่อง Spirited Away ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ทำให้ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว มีร้านอาหารและร้านน้ำชาต่างๆมากมายคอยให้บริการ

 

พิพิธภัณฑ์กู้กง (National Palace Museum)

พิพิธภัณฑ์กู้กง (National Palace Museum)

พิพิธภัณท์กู้กงเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่งดงามตามแบบพระราชวังจีนโบราณ เป็นพิพิธภัณท์ที่มีการจัดแสดงโบราณวัตถุจากจีนที่มากที่สุดในโลก มีการจัดแสดงสมบัติโบราณวัตถุและศิลปะต่างๆของชาวจีนอยู่มากกว่า 700,000 ชิ้นงาน

 

อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ (Taroko National Park)

เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติชื่อดังที่สุดของไต้หวัน ที่มีธรรมชาติป่าเขาที่ยิ่งใหญ่สวยงาม โดยมีไฮไลท์เป็นน้ำตกหน้าผาที่มีการสร้างศาลเจ้าอยู่ด้านบนน้ำตกด้วย ชื่อว่าน้ำตก Changchun และศาลเจ้า Changchun อยู่ที่เมืองฮัวเลียนทางตะวันออกของเกาะไต้หวัน

 

▌ตลาดกลางคืนในไต้หวัน

ตลาดกลางคืนเมียวโขว Miaokou Night Market

ตลาดกลางคืนเมียวโขว Miaokou Night Market

ในประเทศไต้หวัน จะมี ตลาดกลางคืนหรือไนท์มาร์เก็ตอยู่มากมายแทบทุกเมือง ทุกย่าน เป็นเรื่องทางด้านวัฒนธรรมของคนไต้หวันที่คุ้นชินกับการไปเดินเล่นหรือทานข้าว ทานขนมกันที่ตลาดกลางคืน ที่อารมณ์ส่วนใหญ่จะคล้ายๆกับบ้านเราแต่จะ สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่า มีอาหารและขนมท้องถิ่นให้เลือกกินมากมาย ทั้งรสชาติดีและราคาไม่แพง จนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาด

 

 

 

ของกินเด็ด ร้านอร่อยห้ามพลาดใน ไต้หวัน

ไต้หวันมีชื่อเสียงด้านอาหารไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยว มีอิทธิพลของอาหารมาจากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีหลายอย่างที่พัฒนาขึ้นมาจากความเป็นไต้หวันเอง นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวคุ้นเคยและถูกปากกับอาหารไต้หวัน เพราะหลายๆอย่างนั้นจะคล้ายกับบ้านเราเลย รวมถึงราคาก็ไม่ได้แตกต่างกันมากด้วย

ชาบูหม่าล่า

Photo by Morgan Calliope from flickr.com/photos/ovid/171603301/ [CC by-sa 2.0]

ไต้หวันนับเป็นเมืองที่นิยมซุปแบบหม่าล่ามากๆ หม่าล่าเป็นน้ำซุปที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศหลายชนิด จะมีความรู้สึกเผ็ดที่ปลายลิ้นๆนิดๆ ร้านชาบูเกือบทุกร้านจะต้องมีน้ำซุปหม่าล่าเป็นตัวชูโรง แนะนำที่  Mala Yuanyang Hotpot ร้านชาบูยอดนิยมมีสาขาอยู่ทั่วไต้หวัน นอกจากซุปหม่าล่าที่เด็ดจนเลื่องชื่อ ก็ยังมีซุปอื่นๆเลือกอีกมากมาย

 

ไข่ต้มใบชา

Photo by Dromafoobeno from commons.wikimedia.org/wiki/File:HK_Sai_Ying_Pun_Des_Voeux_Road_West_Tea_Eggs_Snack_Shop.JPG [CC by-sa 2.0]

ไข่ต้มที่เอาไปต้มทั้งเปลือก(มีทุบให้เปลือกแตกเล็กน้อย)กับใบชาและสมุนไพรบางชนิด ทำให้ได้เป็นไข่ต้มที่มีความหอมมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวของไข่ไก่เลยแม้แต่น้อย โดยรสชาติจะแตกต่างกันไปตามสมุนไพรที่ใช้ต้ม แค่กินเปล่าๆจะต้องใส่เครื่องปรุงก็ฟินแล้ว โดยเฉพาะหากินได้ง่ายๆเพราะมีขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไต้หวัน แต่ที่นิยมกันจะเป็นตามเมืองชนบทอย่างที่ จิ่วเฟิ่น(Jiufen) หรือ อูไหล(Wulai)

 

บัวลอยเผือก

Photo from pixabay.com/en/taiwan-dessert-九份-芋圆-jiufeng-1057813/ [CC by 0.0]

บัวลอยสไตล์ไต้หวัน(Taro Ball) จะใช้วัตถุหลักเป็นเผือก มันหวาน ชาเขียว หรือแป้งบัวลอยธรรมดา นำมาผสมกับแป้งแล้วนำมาต้มราดน้ำถั่วเขียวหวานน้อยๆ มีทั้งแบบรอนและเย็น บัวลอยจะชิ้นโต เคี้ยวแล้วหนึบๆต่างจากบัวลอยในไทยที่จะเม็ดเล็กและราดกะทิ โดยแต่ละร้านจะมีสูตรเฉพาะตัวทำให้อร่อยแตกต่างกันไป แนะนำที่ ตลาดกลางคืนตงฮัว (Tong Hua Night Market) จะมีร้านบัวลอยเผือกเจ้าดังหาได้ไม่ยาก โดยเผือกและมันเป็นสูตรผสมน้ำผึ้งทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใส่ถั่วเขียวต้ม ถั่งแดง ฟักทอง วุ้น และอื่นๆอีกมายมายลงในบัวลอยได้อีกด้วย

 

ชานมไข่มุก

Photo by Connie from flickr.com/photos/ironypoisoning/12103802465/ [CC by-sa 2.0]

เมนูที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่จะให้เด็ดต้องลองต้นตำหรับอย่างไต้หวัน ที่ชาจะหอมใบชามากๆ แบบชาเป็นชา รสชาติกลมกล่อมไม่หวานมาก ไข่มุกหนึบหนับเคี้ยวเพลิน แถมน้ำแข็งไม่มากได้น้ำได้เนื้อ (ไข่มุก)แบบเต็มๆ จริงๆชาไข่มุกรสชาติดีเกือบทุกร้าน ที่แนะนำที่ ร้านลุง (เฉิน ขัด) ตั้งอยู่ที่ ตลาดกลางคืนกงกวน (Gongguan Night Market ) เมนูห้ามพลาดคือ ชานมไข่มุกแบบดั้งเดิม ที่ชาหอมมากๆ รสชาติหวานนิดๆ ไข่มุกต้มน้ำตาลทรายแดงเนื้อนุ่มหนึบๆกำลังดี

 

เต้าหู้เหม็น

Photo by Pilzland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Stinkender_Tofu_1.JPG [CC by-sa 2.0]

เต้าหู้เหม็นเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนท้องถิ่น เป็นเต้าหู้หมักชนิดหนึ่งซึ่งมีกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ถ้าฟังแค่ชื่ออาจให้ความรู้สึกไม่น่ากินเท่าไหร่ ยิ่งได้กลิ่นยิ่งไม่แน่ใจว่าจะลองดีรึเปล่า เมนูนี้ถ้าไม่ชอบก็เกลียดไปเลย แต่อย่างไรซะไปแล้วก็ต้องลองกันซักตั้ง เต้าหู้เหม็นจะมีทั้งแบบย่างและแบบทอด ยิ่งราดน้ำจิ้มยิ่งทำให้กลมกล่อมมากขึ้น แกล้มกับเครื่องเคียงอีกนิดอร่อยลืมไปเลย ร้านขายเต้าหู้เหม็นเห็นได้ทั่วไปในไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเข็น แต่ละเจ้าก็จะมีทีเด็ดแตกต่างกันไป แนะนำที่ ถนนโบราณเชงเคิง (Shenkeng Old Street) เนื่องจากถนนแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านขายเต้าหู้นานาชนิด และมีเต้าหู้เหม็นย่างขึ้นชื่อ

 

▌หมี่นโถวไส้หมูตุ๋น Gua Bao pork buns

Photo by on Dollete from flickr.com/photos/saucesupreme/4434798368 [CC by-sa 2.0]

อีกหนึ่งเมนูอาหารข้างถนนของไต้หวัน ที่เป็นขนมปังนิ่งนิ่มๆแบบหมั่นโถวแล้วใส่ไส้เนื้อต่างๆย่าง โดยเฉพาะ หมู 3 ชั้นย่างหรือตุ๋น บางทีเรียกว่า ไต้หวันแฮมเบอร์เกอร์(Taiwanese hamburgers) กินกับผักต่างๆ หมูนิ่มๆ หอมๆ รสชาติดี

 

 

 

ซื้ออะไรดีที่ ไต้หวัน

ที่ไต้หวันแม้จะเป็นเกาะไม่ใหญ่แต่ก็มีหลายอย่างที่เป็นของดีของเด่น ห้ามพลาด ทั้งที่ราคาถูก หรือเป็นของเฉพาะหาจากที่อื่นไม่ได้

 

พายสัปปะรด

Photo by sstrieu from flickr.com/photos/sstrieu/12897517005 [CC by-sa 2.0]

หรือที่คนไต้หวันเขาเรียกกันว่า “เจียเต๋อ” ฟังชื่อดูแล้วอาจจะรู้สึกธรรมดา เพราะที่เมืองไทยเราก็มีพายสัปปะรดขายกันอยู่ทั่วไป แต่พายสัปปะรดที่ไต้หวัน โดยเฉพาะแบรนด์ดังอย่าง Chia Te ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและเป็นพายสัปปะรถสูตรดั้งเดิมของที่ไต้หวัน เนื้อแป้งพายจะเมื่อกัดแล้วจะไม่ร่วน แป้งไม่แข็งและไม่กรอบจนเกินไป ไส้ก็ไม่หวานมากนัก ทานคู่กับน้ำชายิ่งอร่อย นอกจากพายสัปปะรดแล้วก็ยังมีไส้อื่นๆอีกเช่น เชอร์รี่, สตรอเบอรี่, ลิ้นจี่

สถานที่ซื้อ: 7-11 (มีขายเฉพาะพายสัปปะรด),  พายไส้อื่นๆต้องซื้อที่ร้าน Chia Te

ราคาโดยประมาณ: ชิ้นละ 27 บาท

 

รองเท้าผ้าใบ

Photo by Coup d’Oreille from commons.wikimedia.org/wiki/File:Week-end_Sneakers_Event_(Paris)_(11826230496).jpg [CC by-sa 2.0]

หนึ่งในของขึ้นชื่ออีกอย่างของไต้หวันก็คือรองเท้าผ้าใบ ใครได้มาเที่ยวก็มักจะซื้อกลับไปกันเกือบทุกคน หรือบางคนตั้งใจมาซื้อที่ไต้หวัดโดยเฉพาะก็ที เพราะรองเท้าแบรนด์ดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Onitsuka tiger, Nike, Adidas, Reebok ล้วนแต่มีราคาที่ถูกกว่าบ้านเรามาก ยิ่งถ้าแบบไหนตกรุ่นไปแล้วก็จะนำไปลดราคาเพิ่มอีก แนะนำให้ไปซื้อที่ Carrefour เป็นห้าง Outlet ขนาดใหญ่ของไต้หวัน แต่ถ้าใครอยากได้รองเท้ารุ่นใหม่ๆลองไปดูที่ย่านช้อปปิ้งซีเหมินติง ได้

สถานที่ซื้อ: ห้าง Carrefour Outlet, ย่านช้อปปิ้งซีเหมินติง

 

ชานมไต้หวัน

Photo from Official Shop

แพคเกจดูดีมีชาติตระกูลแถมรสชาติยังอร่อยกลมกล่อมอีกด้วย หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อต่างๆ มีหลายรสด้วยกัน แต่รสยอดฮิตก็คือขวดสีส้มเป็นรสชานม ขวดสีแดงคือกาแฟมอคค่า ส่วนสีขาวคือกาแฟลาเต้ สีเขียวคือรสชาเขียว และก็ยังมีรสอื่นๆให้เลือกอีกหลายรสด้วยกัน ถ้าใครชอบกินชานมแบบไม่หวานมากแนะนำว่าให้ลองชิม รสชาจะหอมและเข้มกว่าขานมที่บ้านเรา และหวานกำลังดี

สถานที่ซื้อ: 7-11 และ ร้านสะดวกซื้ออื่นๆ

ราคาโดยประมาณ: ขวดละประมาณ 30 บาท

 

ขนมเปี๊ยะเผือก Crystal Taro Cake

Photo from Official shop

“Crystal Taro Cake” เป็นขนมเปี๊ยสีอมม่วง ด้านในเป็นไส้เผือก ดังมากที่ไต้หวัน เพราะเนื้อแป้งค่อนข้างละเอียดแล้วบาง ไส้เผือกเต็มๆคำ รสชาติกำลังดีไม่หวานหรือจืดเกินไป สำหรับใครที่ไม่ชอบทานเผือกพอได้ลองทานแล้วก็ยังติดใจ

สถานที่ซื้อ: หาซื้อได้ทั่วไปหรือที่ดิวตี้ฟรีที่สนามบินเถาหยวน

 

เครื่องสำอางค์แบรนด์ OGUMA

Photo from Official www.oguma.com.tw

เครื่องสำอางค์ยี่ห้อนี้ดังมากที่ไต้หวัน หรือที่ไทยก็ฮิตไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสเปรย์น้ำแร่ที่มียอดขายถึง 25 ล้านขวดเลยทีเดียว ใช้แล้วจะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งตึง ใช้ได้เกือบทุกสภาพผิว ทางแบรนด์เขาเคลมว่าหากใช้ติดต่อกัน 7 วันก็จะเห็นผลได้ทันทีว่าผิวดีขึ้น เหมือนเป็นการเติมน้ำให้กับผิว

 

 

 

พักที่ไหนดีใน ไทเป ไต้หวัน

 

คนมาเที่ยวไต้หวันส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นมาที่เมืองไทเป(Taipei)ก่อน จีงจะขอแนะนำที่พักในเมืองไทเปกันซักหน่อย

ไทเปเป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัย เดินทางสะดวกสะบาย มีโรงแรมที่พักให้เลือกเยอะเหมือนๆกับหลายๆเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งโรงแรมหรู 5 ดาว ไปจนถึงโฮสเทลราคาประหยัด มีย่านต่างๆให้เลือกพักมากมาย แต่ละย่านก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป มีทั้งใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว ใกล้กับที่ช้อปปิ้ง หรือจะเป็นแหล่งหาของกินก็มี ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักท่องเที่ยว ก่อนตัดสินใจจองที่พักลองดูข้อมูลของแต่ละย่านกันก่อนว่ามีย่านไหนน่าพักบ้าง

ย่านจงซาน Zhongshan
เป็นย่านที่เดินทางสะดวกมากเพราะมีสถานีรถใต้ดินจงซาน Zhongshan ซึ่งอยู่ถัดจากสถานีหลักอย่าง Taipei Main Station เพียงแค่ป้ายเดียว ที่ย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและร้านคาเฟ่มากมาย ส่วนจุดท่องเที่ยวที่สำคัญก็จะมี ตลาดกลางคืนซื่อหลิน Tamsui  Fisherman’s Wharf, พิพิธภัณท์พระราชวังกู้กงกระเช้าชมวิวเมาคง

ย่านว่านหัว Wanhua
ว่านหัวเป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ที่สุดของไทเป มีเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างเช่นที่ วัดหลงซาน Longshan Temple และหากใครชอบช้อปปิ้งก็คงจะถูกใจเพราะมีแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ซีเหมินติง อยู่ในย่านนี้ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นย่านที่มีโรงแรมหรูระดับต้นๆอยู่หลายแห่งด้วยกัน สามารถเลือกพักได้ตามความชอบเลย

ย่านจงเซิง Zhongzheng
ย่านใจกลางเมืองไทเป แหล่งรวมสถานีราชการต่างๆ และมีที่เที่ยวชื่อดังอย่าง อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก อยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีที่ช้อปปิ้งและตลาดพื้นเมืองให้เลือกเดินเล่นได้ แต่จะไม่ค่อยมีร้านอาหารและที่เที่ยวกลางคืนพวกผับหรือบาร์มากนัก แต่ที่พักต่างๆส่วนใหญ่จะมีวิวจากห้องพักที่สวยงาม มองเห็นเมืองไทเปในมุมกว้าง

ย่านซินยี่ Xinyi
ย่านนี้เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมถึงไนท์คลับและโรงแรมที่ส่วนใหญ่จะตกแต่งอย่างแปลกตาอีกด้วย และยังเป็นที่ตั้งของตึกไทเป 101 ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดของไต้หวัน สำหรับขาช้อปก็แนะนำให้พักที่ย่านนี้เพราะหลังจากเที่ยวในช่วงกลางวันแล้ว พอตกกลางคืนก็สามารถเดินช้อปปิ้งได้ตามสบาย สามารถเดินเอาของไปเก็บโรงแรมได้แล้วค่อยไปช้อปปิ้งต่อ

 

 

แผนที่ต่างๆของไต้หวัน และเมืองไทเป

 

แผนที่ต่างๆจะช่วยเห็นภาพของสถานที่ต่างๆและวางแผนเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองนั้นง่ายขึ้นอีกเยอะทีเดียว

แจกฟรี สถานที่ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

แจกฟรี สถานที่ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

แผนที่รถไฟใต้ดิน MRT ไทเป ไต้หวัน

แผนที่รถไฟใต้ดิน MRT ไทเป ไต้หวัน

แจกฟรี แผนที่รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน HSR พร้อมจุดเชื่อมต่อในเมืองไทเป และเกาสง

แจกฟรี แผนที่รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน HSR พร้อมจุดเชื่อมต่อในเมืองไทเป และเกาสง

 

 

วิธีการเดินทางต่างใน ไต้หวัน

ไต้หวัน มีวิธีการเดินทางต่างๆที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และที่สำคัญราคาไม่แพง เช่น ค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน MRT มีราคาแพงกว่าของเมืองไทยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเขตตัวเมืองทั้งไทเป และเกาสง เกือบทั้งหมด รวมไปจนถึงเขตชานเมืองด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีรถไฟความเร็วสูง THSR ที่สามารถนั่งข้ามเมืองจากเหนือลงใต้ไปได้อย่างรวดเร็วมากๆด้วยเช่นกัน

▌ระบบรถไฟ  MRT ของเมืองไทเป

รถไฟใต้ดินของไทเป หรือที่เรียกว่า MRT ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาย บางช่วงอยู่บนดิน แต่ส่วนใหญ่ในเขตตัวเมืองจะวิ่งอยู่ใต้ดิน เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 06:00-24:00 บรรยากาศในตู้รถไฟโดยทั่วไปจะคล้ายกับที่ประเทศญี่ปุ่น ราคาค่าบริการจะเสียตามระยะทางที่เราไป เริ่มต้นตั้งแต่ 20 เหรียญไต้หวัน(NT$)จนถึง 60 เหรียญ ส่วนการใช้งานก็เหมือนกับรถไฟฟ้าบ้านเราเช่นกัน คือแตะไปที่แท่นตอนออกแล้วตอนเข้าเครื่องกั้น

การซื้อตั๋วจะมีอยู่หลักๆ 2 แบบเหมือนบ้านเรา คือแบบที่ซื้อเป็นเที่ยวๆเอาจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติหรือเค้าเตอร์ขายตั๋ว กับอีกแบบคือการใช้บัตรเติมเงินที่่เรียกว่า EasyCard ที่เป็นบัตรใบเดียวใช้ได้กับการเดินทางทุกประเภทในไทเป นอกจากนี้ก็จะเป็นประเภทตั๋วแบบเหมาจ่ายแบบรายวันอื่นๆ

▌รถบัส

รถประจำทางในไทเปเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของการเดินทางไปยังที่ต่างๆ เพราะมีราคาที่ถูกกว่ารถไฟใต้ดิน MRT เล็กน้อย แต่สามารถไปถึงยังจุดหมายที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟได้เลยโดยแทบจะไม่ต้องเดิน อีกทั้งเครือข่ายรถบัสในไทเปนั้นครอบคลุมไปทุกที่อีกด้วย โดยรถบัสในไทเปจะมีเลข 1-3 หลัก และแบบที่มีตัวอักษรนำหน้า เช่น R30 ถ้าเป็นรถบัสตัวเลข 4 หลักคือพวกรถบัสวิ่งข้ามเมือง ส่วนป้ายที่จอกจะมีบอกเป็นภาษาจีนเป็นหลักแต่จะบอกพร้อมกับภาษาอังกฤษด้วย

ราคารถบัสจะคิดตามโซนที่เรานั่งซึ่งจะมีทั้งหมด 3 โซน เริ่มต้นที่โซนละ 15 เหรียญไต้หวัน(NT$) ถ้าเรานั่งข้ามโซนจะเสียเงินเพิ่มเป็น 30 เหรียญไต้หวัน(NT$) และนั่งผ่านไปอีกโซนจะเสียเพิ่มเป็น 45 เหรียญไต้หวัน(NT$)

▌เช่าจักรยาน YouBike

ไทเปได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งจักรยาน เพราะมีบริการเช่าจักรยานที่ชื่อว่า YouBike คล้ายๆกับที่ทำกันในกรุงเทพขณะนี้ คือจะมีสถานีให้เช่าจักรยานตามสถานนีรถไฟใต้ดินหรือสถานที่ท่องเที่ยว หรือตามสวนสาธารณะ แต่ที่ไทเปมีสถานีอยู่มากกว่า 150 จุด ีจักรยานให้บริการมากกว่า 5000 คัน เรียกว่าไปเที่ยวเมืองไทเป ยังไงก็ต้องเจอแน่ๆ อีกทั้งยังเป็นบริการแบบอัตโนมัติสามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่เราสามารถยืมจากจุดหนึ่งแล้วปั่นไปคืนยังอีกจุดหนึ่งเลยก็ได้ สะดวกมากๆ ส่วนจักรยานที่นำมาให้เรายืมนั้นก็ไม่ใช่จักรยานคุณป้าทั่วไป แต่เป็นจักรยานคุณภาพดีจากบริษัท Giant ผู้ผลิตจักรยานชื่อดังของไต้หวันที่มีเกียร์ 3 สปีด ไฟหน้าและหลัง ตะกร้าใส่ของ และล็อกสำหรับติดจักรยานมาให้ด้วย

▌รถไฟความเร็วสูงข้ามเมือง THSR

รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน THSR (TAIWAN HIGH SPEED RAIL) คือบริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงระหว่างเมืองของประเทศไต้หวัน ปัจจุบันมีให้บริการแล้ว 12 สถานีตามหัวเมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกของเกาะจากเมืองไทเปลงไปถึงเมืองเกาสงซึ่งเป็นสองเมืองใหญ่ที่สุดและถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ทั้งนี้ยังมีการเชื่อมเส้นทางเดินรถไฟเข้ากับสถานีรถไฟใต้ดินของทั้ง 2 เมืองซึ่งจะยิ่งสามารถอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้มากขึ้นด้วย

รถไฟฟ้า THSR วิ่งด้วยอัตราความเร็ว 300-315 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากใครที่เคยนั่งรถไฟชิคันเซ็นของประเทศญี่ปุ่นมาก่อนก็คงจะคุ้นเคยกับความเร็วของรถกันเป็นอย่างดีเพราะรถไฟความเร็วสูงของไต้หวันเองก็ใช้รถที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นนั่นเองและนั่นก็สามารถมั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับความเร็วติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกอย่างแน่นอน โดยเส้นทางจากสถานีต้นทาง Nangang ไปจนถึงสถานีสุดท้าย Zuoying ของเมืองทางตอนใต้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

▌จากสนามบินเถาหยวนเข้าเมืองไทเปยังไง

สนามบินนานาชาติเถาหยวน(Taoyuan International Airport)เป็นสนามบินหลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะไต้หวัน อยู่ห่างจากตัวเมืองไทเปออกไปทางตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นสนามบินที่เที่ยวบินส่วนใหญ่จากเมืองไทยจะมาลงจอดที่ Terminal 1 ของสนามบินนี้ วิธีการเดินทางเข้าเมืองที่คนนิยมกันมากที่สุดคือโดยรถไฟด่วน Airport Express Train ที่วิ่งยาวๆไปลงสถานีไทเปเลย มีรถวิ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึงเกือบๆเที่ยงคืน ทุกๆ 15 นาที ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ราคา 160 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ก็ยังมี รถไฟสายธรรมดา, รถบัส และแท๊กซี่

 

 

 

บัตรและพาสต่างๆใน ไทเป

 

กรุงไทเปนอกจากจะมีวิธีการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้เลือกหลากหลายแบบแล้ว ยังมีบัตรและพาสที่ยิ่งอำนวยความสะดวกและประหยัดได้มากขึ้นไปอีก โดยมีบัตรเติมเงินแบบ Prepaid เรียกว่า EasyCard ที่สามารถใช้ชำระค่าบริการได้ทุกระบบในเมืองไทเป ด้วยการแตะที่เครื่อง รวมทั้งหาซื้อได้ง่ายๆตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป หรือถ้าใครคิดว่าจะขึ้นลงเปลี่ยนรถกันบ่อยๆ ก็ยังมีบัตรพาสแบบเหมาจ่ายรายวันที่เรียกว่า Taipei Pass ซึ่งสามารถขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งทั้งรถไฟ รถบัส มีให้เลือกตั้งแต่ 1-5 วันเลยทีเดียว

– บัตรเติมเงินแบบ EasyCard (悠遊卡 หรือ โยโย่ข่า) คือ บัตรที่สามารถซื้อได้จากระบบจำหน่ายตั๋วแบบอัตโนมัติ โดยครอบคลุมการใช้งานหลากหลายแบบโดยเฉพาะการเดินทางต่างๆ เช่น รถไฟใต้ดิน, รถบัส รถประจำทาง, ที่จอดรถ รวมไปถึงการใช้บริการร้านค้าสะดวกซื้อต่างๆ และการใช้บริการต่างๆของหน่วยงานภาครัฐด้วย เรียกได้ว่ามีบัตรเดียวเที่ยวได้ทั่วทั้งไต้หวัน การใช้งานได้ง่ายเพียงแตะบัตรบริเวณเซ็นเซอร์เพื่อทำธุรกรรม สามารถเพิ่มเงินลงในการ์ดได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องซื้อบัตรใหม่ คล้ายๆกับบัตรเดินทางต่างๆในเมืองไทยเช่น บัตรแรบบิทของ BTS และบัตรเดินทางของ MRT

– บัตร Taipei Pass เป็นบัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตามระยะเวลาที่เราเลือกซื้อ ทำให้เป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวในไทเปและเขตปริมลฑล(นิวไทเป) อย่างเช่น รถไฟใต้ดิน และรถประจำทาง ทำให้สะดวกและประหยัดกว่าการซื้อทีละครั้ง เที่ยวไทเปทั้งทีไม่มีไม่ได้แล้ว ราคาบัตรแบบ 1 วัน 180 เหรียญไต้หวัน 2 วัน 340 เหรียญ และ 5 วัน 700 เหรียญ หาซื้อได้ที่สถานีรถไฟใหญ่ Taipei Station

 

 

แพลนเที่ยวไต้หวันที่แนะนำ

เราขอแนะนำตัวอย่างโปรแกรมเที่ยวไต้หวันที่จะพาคุณไปพบเจอกับหลายๆมุมมองของไต้หวันไม่ใช่แค่อยู่แต่ในเมืองไทเป แพลนนี้อาจจะไม่ใช่แพลนที่ประหยัดที่สุดเพราะมีการเดินทางออกนอกเมืองไทเปรวมทั้งเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เสียใช้จ่ายเพิ่ม อีกทั้งยังค่อนข้างจะอัดแน่นเรียกว่าเที่ยวกันตั้งแต่เช้าจรดดึกดื่นเลยทีเดียว แต่รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างหลากหลายเพื่อให้รู้จักไต้หวันได้ในหลายมุมมองมากขึ้น

โปรแกรมท่องเที่ยว ไต้หวัน แนะนำ 5 วัน 4 คืน

▌DAY 1 : วันที่ 1 เปิดหูเปิดตากับเกาะไต้หวัน


โปรแกรมวันแรกเพื่อให้คุณได้ปรับตัวกับการเดินทางและเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวไต้หวันแท้ๆ การท่องเที่ยววันแรกจึงจะอยู่ในไทเปเป็นหลัก แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กแต่รับรองว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้แวะชมไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

เริ่มต้นมื้อเช้าของวันที่ร้าน Fu Hang Dou Jiang ร้านอาหารเช้าแบบไต้หวันแท้ๆ เมนูอาหาร อาทิ โจ๊ก, ปาท่องโก๋, ซาลาเปาและยังมีน้ำเต้าหู้ขึ้นชื่อที่ดังที่สุดในไทเปอีกด้วย ร้านนี้ควรมาตั้งแต่เช้าเนื่องจากยิ่งสายคิวจะยิ่งยาว ใช้เวลาสัก 2 -3 ชั่วโมงเผื่อไว้หากต้องต่อคิวยาว

เวลาเปิดปิด: ตั้งแต่ 6.00 น. เป็นต้นไป
การเดินทาง: MRT สถานี Shandao Temple ทางออก 4 หรือ 5

 

จากนั้นไปเที่ยวต่อกันที่ อนุสรณ์สถานซุน ยัด เซ็น (Sun Yat-Sen Memorial Hall) อนุสรณ์สถานที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร. ซุน ยัดเซ็น ผู้เป็นบิดาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อตั้งขึ้นในปี 1972 และยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกซากุระที่ได้รับความนิยมของไต้หวันอีกด้วย ใช้เวลาในการเดินชมและถ่ายรูปประมาณ 2 ชั่วโมง
เวลาเปิดปิด: 9.00 – 18.00 น.
การเดินทาง: MRT สถานี Sun Yat Sen Memorial Hall ทางออก 3

อนุสรณ์สถานซุน ยัด เซ็น

อนุสรณ์สถานซุน ยัด เซ็น

 

ตลาดปลาไทเป (Taipei Fish Market) แหล่งรวมอาหารทะเลใหญ่ที่สุดของไต้หวันมีการแบ่งโซนตลาดออกเป็นหลายๆ ส่วน อาทิ บ่อปลา อาหารญี่ปุ่น หม้อไฟ ปิ้งย่างและอื่นๆ โดยคุณสามารถเลือกอาหารทะเลจากแต่ละโซนแล้วให้ทางตลาดปรุงอาหารให้คุณได้เลยสดๆ ตามต้องการ ใช้เวลาเดินเล่นและแวะทานมื้อเที่ยงที่นี่สัก 2 ชั่วโมงกำลังดีเพื่อจะไปยังจุดท่องเที่ยวต่อไป

เวลาเปิดปิด: 6.00-24.00 น.

การเดินทาง:
โดย MRT สถานี Zhongshan Junior High School ต่อรถแท็กซี่ไปยัง “ไถเป่ยหวี่ซื่อ” หรือสามารถเดินไปได้ในระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
โดยสารรถบัสสาย 49 จากสถานี Taipei Main Station ไปลงที่ 2nd Fruit and Vegetable Market และเดินต่อไปอีก 350 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 29 นาที
โดยสารรถบัสสาย Red50 (R50) จาก MRT สถานี Yuanshan ทางออก 1 ไปลงป้ายที่ 3 The Second Wholesale Fruit and Vegetable Market ใช้เวลาเดินทางประมาณ 16 นาที

ตลาดปลาไทเป

ตลาดปลาไทเป

 

เดินเล่นชิลๆ ที่ Si Si Nan Cun Village in The City หมู่บ้านเล็กๆ แสนฮิป ด้วยความเก่าของอาคารบ้านเรือนสไตล์ตึกแถวโบราณ ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านข้าราชการทหารก๊กมินตั๋งมาก่อน โดยในหมู่บ้านนี้จะมีทั้งตึกสวยๆ และร้านขายของที่ระลึกแนวอาร์ทๆ เหมาะแก่การไปถ่ายรูปเดินเล่นสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบมากนัก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อเดินเล่นชมศิลปะและถ่ายรูป

เวลาเปิดปิด: อังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 -16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์แรกของเดือน

การเดินทาง: MRT สถานี Taipei 101 ทางออก 2

หมู่บ้าน Si Si Nan Cun Village in The City

หมู่บ้าน Si Si Nan Cun Village in The City

 

ชมวิว 360 องศา ที่ตึก Taipei 101 เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูงในขณะนั้น (มีความสูงประมาณ 500 เมตร) ตึก Taipei 101 มีการเปิดจุดชมวิวไว้ 2 ชั้นคือจากชั้น 89 และชั้น 91

  • ชั้น 89 มีลักษณะเป็นห้องกระจกใสทรงกลม คุณสามารถเลือกถ่ายรูปจากชั้นนี้ได้แบบ 360 องศาทั่วทุกมุมของไทเป
  • ชั้น 91 เป็นส่วนของการจัดแสดงนิทรรศการของตึก Taipei 101 ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติและการสร้างตึกและยังมีลานกว้างที่คุณสามารถเดินออกไปรับลมชมวิวได้

หลังจากเดินถ่ายรูปชมวิวจนทั่วแล้วก็สามารถลงมาทานอาหารจากร้านภายในตึกได้ซึ่งมีร้านเสี่ยวหลงเปาเลื่องชื่อ Din Tai Fung  Restaurant (เวลาเปิดปิด 11.00-21.30 น.) เปิดให้บริการอยู่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่คุณไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด คุณสามารถใช้เวลาอยู่ในตัวตึกถ่ายรูปและทำกิจกรรมต่างๆ ประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่อไป

ค่าใช้จ่าย: NT$ 400 โดยขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 5F เพื่อซื้อบัตรและขึ้นลิฟท์ความเร็วสูงไปยังชั้น 88 เพื่อเดินขึ้นต่อไปยังชั้น 89 และ 91

เวลาเปิดปิด: ศุกร์ – เสาร์ เวลา 11.00 -22.00 น. อาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 11.00 -21.30 น.

การเดินทาง: MRT สถานี Taipei 101

วิวยามค่ำคืนจากลานชมวิวของตึกไทเป 101 Taipei 101

วิวยามค่ำคืนจากลานชมวิวของตึกไทเป 101 Taipei 101

 

ตกเย็นชิมช้อปที่ ถนนคนเดินซือต้า (Shi-Da Night Market) ตลาดกลางคืนใจกลางเมือง ตั้งอยู่ในย่านมหาวิทยาลัยดังนั้นแน่นอนว่าทั้งตลาดจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร นอกจากอาหารแล้วยังมีร้านเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นราคาย่อมเยาขายอีกด้วย แวะเดินเล่นหรือซื้อของฝากและรับประทานอาหารก่อนกลับเข้าที่พักก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ถนนคนเดินซือต้า

ถนนคนเดินซือต้า

 

▌DAY 2 : วันที่ 2 ชมเส้นทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ (Taroko National Park)


อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ (Taroko National Park)ตั้งอยู่ในเมืองฮัวเหลียนสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อยอดฮิตติด 1 ใน 3 ของไต้หวัน ชมทัศนียภาพของหุบเขาและเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงามของภูเขาหินอ่อนอันสูงใหญ่ โดยคุณสามารถใช้เวลาทั้งวันเพื่อเดินเที่ยวยังจุดต่างๆ

การเดินทาง: แนะนำโดยวิธีรถไฟธรรมดา TRA จาก Taipei ไปยังสถานี Hualien ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เวลาเที่ยวแรก 6.00 น. และเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.45 น. จากนั้นเลือกใช้บริการแท็กซี่หรือรถบัสนำเที่ยวอุทยานได้ตามต้องการ

คำแนะนำ: เลือกออกเดินทางด้วยรถไฟเที่ยวแรกจากนั้นจากเมืองฮัวเหลียนให้เลือกใช้บริการรถบัสท่องเที่ยวแบบ 1 วันจะประหยัดและสามารถจัดการเวลาท่องเที่ยวได้ภายใน 1 วันเพื่อเดินทางกลับไปยังไทเป

ค่าใช้จ่าย: รวมค่าเดินทางประมาณ NT$ 690

อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ

อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ

 

ถนนคนเดิน Tamsui old street หลังจากกลับมาจากอุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ ซึ่งกว่าจะกลับเข้าไทเปก็คงเป็นเวลาค่ำแล้วหากว่าคุณยังไหวก็สามารถมาเดินเล่นรับลมชมวิวริมแม่น้ำยามค่ำคืนได้ที่ Tamsui old street ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนยอดฮิตของคนท้องถิ่นและคู่รักชาวไต้หวันพร้อมทั้งสามารถฝากท้องมื้อค่ำกันที่นี่เลยก็ได้เช่นกัน ใช้เวลาเดินเล่นประมาณ 2 ชั่วโมง

การเดินทาง: MRT สถานี Tumsui ทางออก 1

ถนนคนเดิน Tamsui old street

ถนนคนเดิน Tamsui old street

 

▌DAY 3 : วันที่ 3 ล่องเรือชมทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake)


ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) ตั้งอยู่ในเขตหนานเถาทางตอนกลางของไต้หวัน ทะเลสาบที่มีความสวยงามและถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม คุณสามารถเลือกทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลายเมื่อมาถึงที่นี่ อาทิ นั่งเรือชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบ ปั่นจักรยาน ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อชมวิวแบบ 360 องศาหรือการเดินเล่นรอบทะเลสาบเพื่อเพลิดเพลินกับบรรยากาศโดยรอบ โดยที่คุณจะเลือกเที่ยวแบบ 1 วันแล้วกลับไปไทเปหรือแบบ 2 วัน 1 คืนเพื่อเข้าพักที่ทะเลสาบแล้วรอชมพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้เช่นกัน

การเดินทาง: วิธีการเดินทางที่เร็วที่สุดคือรถไฟความเร็วสูง HSR จาก Taipei ไปยังสถานี Taichung จากนั้นให้ต่อรถบัส Nantou เพื่อเดินทางไปยังทะเลสาบสุริยันจันทรา ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

ค่าเดินทาง: ประมาณ NT$  350-1000 และรถบัส Nantou NT$ 190

ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake)

ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake)

 

ช้อปปิ้งก่อนกลับที่พักที่ ซีเหมินติง (Ximending) ตลาดกลางคืนชื่อดังย่านการค้าของไต้หวันแหล่งรวมสินค้าของฝากและอาหารขึ้นชื่อเอาไว้อย่างครบครันคุณสามารถซื้อของทานเล่นและชอปปิ้งที่นี่ก่อนกลับเข้าที่พักได้ หรืออีกหนึ่งกิจกรรมแนะนำคือแวะเที่ยวศูนย์การแสดงศิลปะร่วมสมัย The Red Houes ที่สร้างขึ้นในปี 1908 โดยภายในตึกจะมีการจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์และศิลปะและร้านค้าจำหน่ายสินค้าแฮนเมดสวยๆ ไว้ให้คุณเดินชมและสามารถหาซื้อเป็นของฝากที่ระลึกกลับบ้านได้จากที่นี่

การเดินทาง: MRT สถานี  Ximen ทางออก 6

ช้อปปิ้งก่อนกลับที่พักที่ ซีเหมินติง (Ximending)

ช้อปปิ้งก่อนกลับที่พักที่ ซีเหมินติง (Ximending)

 

▌DAY 4 : วันที่ 4 ไหว้พระเสริมสิริมงคล


เริ่มต้นการท่องเที่ยวในวันนี้ด้วยการไหว้พระที่วัดหลงซาน (Longshan Temple) วัดชื่อดังเก่าแก่ของไต้หวันสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1783 หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของไทเปที่ต้องไปเยือนและกราบไหว้ขอพร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

เวลาเปิดปิด: 06.00 – 22.00 น.

การเดินทาง: MRT สถานี Longshan ทางออก 1

วัดหลงซาน (Longshan Temple)

วัดหลงซาน (Longshan Temple)

 

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (National Chiang Kai-shek Memorial Hall) อนุสรณ์สถานที่สร้างเพื่อรำลึกถึงเจียงไคเช็ค ประธานาธิบดีผู้เป็นที่รักและศรัทธาของชาวไต้หวัน ไฮไลท์สำคัญคือช่วงทหารที่มาผลัดเปลี่ยนเวรยามกันทุกชั่วโมงและซุ้มประตูหินยิ่งใหญ่อลังการ ใช้เวลาเที่ยวชมและถ่ายรูปประมาณ 3 ชั่วโมง

เวลาเปิดปิด: 09.00-18.00 น.

การเดินทาง: MRT สถานี Chiang Kai – shek Memorial Hall ทางออก 5

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (National Chiang Kai-shek Memorial Hall)

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (National Chiang Kai-shek Memorial Hall)

 

เที่ยวหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street) เมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขา จุดเด่นคืออาคารและสิ่งปลูกสร้างโบราณที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คุณสามารถฝากท้องไว้กับร้านอาหารที่นี่ได้ รวมทั้งกิจกรรมการชมวิวจากยอดภูเขาและชมพระอาทิตย์ตกดิน ใช้เวลาเดินเล่นและเดินทางรวมประมาณ 4-5 ชั่วโมง

การเดินทาง: MRT สถานี Zhongxiao Fuxing ทางออก 1 ต่อรถบัสสาย 1062 ไทเป – จิ่วเฟิ่น ค่าโดยสาร NT$ 102 หรือโดยสารแท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีค่าใช้จ่ายประมาณ NT$  200 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street)

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street)

 

▌DAY 5 : วันที่ 5 ศึกษาประวัติศาสตร์ ชมภูเขาแห่งไทเป แล้วแวะซื้อของฝาก


ศึกษาประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์กู้กง (National Palace Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของไต้หวัน แหล่งรวมสิ่งของสำคัญทางประวัติศาสตร์ ชิ้นงานศิลปะและโบราณวัตถุล้ำค่า 6 แสนกว่าชิ้นจากประเทศจีน โดยจะมีการจัดแสดงหมุนเวียนกันไปทุกๆ 3-4 เดือน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ NT$ 250 แบบกลุ่ม NT$ 230 เด็กนักเรียนแสดงบัตร NT$ 150

เวลาเปิดปิด: เดือนเมษายน-ตุลาคม เวลา 08.30-18.30 น. เดือนพฤศจิกายน-มีนาคมเวลา 08.30-17.30 น.

การเดินทาง: MRT สถานี Shilin จากนั้นต่อรถบัสหมายเลข 255, 304

พิพิธภัณฑ์กู้กง (National Palace Museum)

พิพิธภัณฑ์กู้กง (National Palace Museum)

 

อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน (Yangmingshan National Park) สถานที่ทางธรรมชาติที่สวยงามพร้อมความหลากหลายทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศที่เป็นภูเขาไฟที่มอดดับแล้วรวมถึงจุดชมซากุระขึ้นชื่อของไต้หวันซึ่งจะบานก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นเสียอีก ตลอดเส้นทางเดินระยะไกลปูด้วยหินและบันไดหินเพื่อความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ดังนั้นคุณจะสามารถพบเห็นชาวไต้หวันทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาออกกำลังกายกันที่นี่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ห่างจากไทเปออกไปไม่ไกลการเดินทางสะดวก คุณสามารถใช้เวลาทำกิจกรรมและเที่ยวชมเส้นทางธรรมชาติโดยรอบได้จนถึงเย็นโดยไม่รู้เบื่อ

เวลาเปิดปิด: 07.00-17.30 น. (เฉพาะส่วนที่ทำการหลัก)

ค่าเข้าชม: ไม่มี

การเดินทาง: MRT สถานี Taipei Main ทางออก Y6 ต่อรถบัสหมายเลข 260 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที และสามารถใช้บริการมินิบัสของอุทยานเพื่อไปยังจุดชมวิวต่างๆ ได้ในราคา NT$ 15

อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน

อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน

 

ตกเย็นแวะชอปปิ้งที่ Gongguan ย่านการค้าใจกลางเมืองเนื่องจากตั้งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) จึงกลายเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมราคาถูกมากมายทั้งเสื้อผ้า รองเท้า น้ำหอม รวมถึงร้านอาหาร street food อร่อยๆ มากมาย

เวลาเปิดปิด: ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: MRT สถานี Gongguan ทางออก 4

ย่านชอปปิ้ง Gongguan

ย่านชอปปิ้ง Gongguan

 

ปิดท้ายทริปไต้หวันที่ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต (Shilin Night Market) จบการเที่ยวไต้หวันของคุณด้วยการเดินชอปปิ้งกันอีกรอบที่ซื่อหลิน ตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ที่คนไต้หวันนิยมเดินมากที่สุดในไทเป มีทุกสิ่งให้เลือกสรรทั้งของกินและของใช้ราคาไม่แพง

การเดินทาง: MRT สถานี Jiantan ทางออก 1

ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต

ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต

 

โปรแกรมเที่ยวไต้หวันอื่นๆ

 

 

เรื่องอื่นๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยว ไต้หวัน

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท สามารถใช้บริการ SIM การ์ดที่มีเฉพาะเน็ทอย่างเดียว หรือจะใช้แบบ Pocket WIFI ใช้ได้ทีละหลายๆคนก็ได้ ตกวันละประมาณ 100-300 บาท
  • ประกันการเดินทาง มีให้เลือกมากมายหลายเจ้า ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่ราคา การคุ้มครอง การเบิกจ่าย ส่วนการซื้อมีทั้งซื้อออนไลน์ ซื้อผ่านเอเจ้น หรือซื้อตามสาขาของประกันภัยเจ้านั้นๆ ที่ฮิตๆกันก็มี MSIG, ไทยประกันชีวิต, AIG, ทิพภยประกันภัย และอื่นๆอีกมากมาย มีราคาให้เลือกตั้งแต่วันละไม่กี่สิบบาทขึ้นไป
  • เที่ยวไต้หวันได้ สูงสุดกี่วัน คนไทยสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสุด 30 วัน

 

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ช่วยกันแชร์ให้คนอื่นๆบ้างนะคร้าบ