/ ยุโรป / อิตาลี(Italy) / เวนิส(Venice) / มหาวิหารเซนต์มาร์ก St Mark’s Basilica, Venice

มหาวิหารเซนต์มาร์ก St Mark’s Basilica, Venice

ที่เที่ยวแนะนำ

Photo by MatthiasKabel from commons.wikimedia.org/wiki/File:Venice_St_Marks_Basilica_frontview.jpg [CC by-sa 4.0]

ที่เที่ยวแนะนำ

มหาวิหารเซนต์มาร์ก(St Mark’s Basilica) เป็นมหาวิหารที่ได้รับสมญานามว่า Chiesa d’oro หรือโบสถ์ทองตั้งแต่ในศตวรรษที่ 11 เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ซึ่งตั้งอยู่บนจัตุรัสซันมาร์โกกลางเมืองเวนิส โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกระดับมหาวิหารประจะเขตอัครบิดรเวนิสในประเทศอิตาลี

มหาวิหารเซนต์มาร์กเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชมเข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ทอดยาวมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 9 ของคริสตจักรจึงทำให้เป็นมหารวิหารที่มีเรื่องราวและตำนานอันน่าสนใจอยู่เบื้องหลังการเข้าชมที่มากมายจากทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง

เริ่มต้นเรื่องราวอันน่าสนใจของ St Mark’s Basilica แห่งนี้ด้วยเรื่องของการลักพาตัว Swashbuckling ซึ่งเป็นต้นกำเนิดอันสวยงามของมหาวิหาร  โดยโบสถ์แรกของมหาวิหารที่ได้ถูกสร้างขึ้นในจุดนี้ได้เริ่มต้นในสมัยศตวรรษที่ 9 เพื่อเป็นการแสดงความเคารพนับถือแก่พระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นวัตถุโบราณที่ถูกขโมยมาในปี ค.ศ. 285 โดยพ่อค้าจากเมืองเวนิสที่ได้ขโมยพระศพของนักบุญมาร์คผู้เผยแพร่ศาสนาหนึ่งในสี่ของสาวกจากเมืองซานเดรียประเทศอียิปต์ ตามตำนานนั้นเล่าว่าพวกเขาเอาผ่านยามซึ่งเป็นชาวมุสลิมด้วยการซ่อนพระศพไว้ภายใต้ชั้นหมูในถัง แต่ขณะที่เดินเรืออยู่นั้นมีพายุเข้าจนเรือเกือบจม  และเซนต์มาร์คได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ากัปตันและบอกให้เขาลดใบเรือ เรื่องราวมหัศจรรย์นี้ทำให้เหล่าพ่อค้าที่ได้รับการช่วยเหลือกล่าวว่าพวกเขาเป็นหนี้บุญคุณจึงได้มีการก่อสร้างโบสถ์ขึ้น โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้นั้นได้ถูกจารึกไว้บนภาพกระเบื้องโมเสกศตวรรษที่ 13 เหนือประตูด้านซ้ายขณะที่เดินเข้าไปในมหาวิหาร

ภายในมหาวิหารเซนต์มาร์คมีกระเบื้องโมเสคมากเพียงพอที่จะครอบคลุมสนามอเมริกันฟุตบอลมากถึง 1.5 สนาม โดยกระเบื้องโมเสคเหล่านี้นั้นถูกสร้างขึ้นมานานตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และส่วนใหญ่เป็นสีทองสว่างไสวทำให้มกาวิหารได้ชื่อว่าโบสถ์สีทอง  นอกจากนั้นแล้วยังมีสมบัติมากมายจากสงครามครูเสดที่เมื่อภายหลังจากสงครามสิ้นสุดลงได้ถูกส่งมาติดตั้งในมหาวิหารจนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ภายในมหาวิหาร ความน่าสนใจของมหาวิหารแห่งนี้ยังมีหอระฆังสูงที่ได้รับการบูรณะหลังจากการยุบตัวของแผ่นดินไหว และ Pala d’ora วัตถุโบราณล้ำค่าที่มีลักษณะเป็น แท่นกระดานที่สวยงามที่ทำจากอัญมณีล้ำค่าเป็นรูปเกี่ยวกับพระเยซูและเรื่องราวทางศาสนาให้ได้ชมกันอีกด้วย

ค่าใช้จ่าย

ค่าเข้าชม: ค่าบริการสำหรับการเข้าชมในส่วนของมหาวิหารนั้นฟรี แต่สำหรับพิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์คมีค่าตั๋วเข้าชม 5 ยูโร แต่สำหรับกรุ๊ปทัวร์ 25 คนขึ้นไป 2.5 ยูโร ค่าเข้าชมในส่วนของ Pala d’oro 2 ยูโร สำหรับกรุ๊ปทัวร์ 25 คนขึ้นไป 1 ยูโร และในส่วนของหอระฆัง 8 ยูโร สำหรับกรุ๊ปทัวร์ 25 คนขึ้นไป 4 ยูโร ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในบางช่วงเดือนเช่นกัน

เวลาทำการ

เวลาเปิด-ปิด: ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ในส่วนของมหาวิหารจะเปิดให้เข้าชมเวลา 9.30 น. ถึงเวลา 17.00 น. โดยเวลาสุดท้ายที่สามารถเข้าไปได้คือเวลา 16.45 น. ส่วนวันอาทิตย์และวันหยุดนั้นจะเปิดให้เข้าชมในเวลา 14.00 น. ถึงเวลา 16.30 น. โดยเวลาสุดท้ายที่สามารถเข้าไปได้คือเวลา 16.15 น.   เวลาอาจมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในบางช่วงเดือน นอกจากนั้นในส่วนของพิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์ค Pala d’ora และหอระฆังก็จะมีเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะในส่วนของหอระฆังหากอากาศไม่เอื้ออำนวยก็จะไม่สามารถเปิดให้เข้าชมได้

วิธีการเดินทาง

จากสถานีรถไฟซานตาลูเซีย  สามารถเลือกใช้การเดินเท้าไปที่จัตุรัสซันมาร์โกซึ่งเป็นแลนด์มาร์คหลักของเมืองเวนิสหรือจะเลือกเดินไปที่ Grand Canal ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อใช้บริการการขนส่งทางน้ำเพื่อไปยังจัตุรัสซันมาร์โกก็ได้เช่นกัน
ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก