/ ยุโรป / สวิสเซอร์แลนด์(Switzerland) / ซูริค(Zurich) / โบสถ์ Grossmünster

โบสถ์ Grossmünster

ที่เที่ยวแนะนำ

Photo by Marcin Białek from commons.wikimedia.org/wiki/File:Zürich_Grossmünster_panorama_2012.jpg [CC by-sa 3.0]

ที่เที่ยวแนะนำ

โบสถ์ Grossmünster เป็นโบสถ์สไตล์โรมันนิกายโปรแตสแตนท์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เป็นหอคอยตึกคู่แฝด ตั้งอยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในสี่โบสถ์หลักของเมืองซูริค (อีกสามแห่งได้แก่ โบสถ์ Fraumünster, โบสถ์ Predigerkirche และโบสถ์St. Peterskirche) ตามตำนานเล่าขานว่าโบสถ์ Grossmünster ก่อตั้งขึ้นโดยกษัตริย์ชาร์เลอมาญ (Charlemagne) โดยม้าของท่านล้มลงคุกเข่าเหนือหลุมฝังศพของ Felix และ Regula ผู้เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเมืองซูริคเหตุนี้เองตำนานดังกล่างจึงช่วยสนับสนุนว่าโบสถ์ Grossmünster นั้นมีอายุเก่าแก่กว่าโบสถ์ Fraumünster ที่มีข้อพิพาทกันตั้งแตยุคกลางว่าโบสถ์แห่งไหนเริ่มสร้างขึ้นก่อนกัน และหลักฐานทางโบราณคดีล่าสุดก็ยืนยันการมีอยู่จริงของสถานที่ฝังศพของชาวโรมันบนพื้นที่ตั้งโบสถ์ Grossmünster

ฮุลดริช ซวิงลี (Huldrych Zwingli) เป็นศิษยาภิบาลของโบสถ์ Grossmünster และเป็นผู้นำการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปเตสแตนต์ ผู้ริเริ่มการปฏิรูปชาวสวิส-เยอรมันในสวิตเซอร์แลนด์ โดยเริ่มตั้งแต่ปีค.ศ. 1520 ภายหลังเขาชนะการอภิปรายในปีค.ศ. 1523 และนำเจ้าหน้าที่พลเรือนท้องถิ่นเพื่อขออนุมัติคุมขังพระสันตะปาปา โดยเขาเข้ามาเปิดโปงการทุจริตในหมู่นักบวช และลบล้างความเชื่อที่ว่าพิธีล้างบาปและพิธีศิลมหาสนิทเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ ทำให้โบสถ์ Grossmünster เป็นโบสถ์คริสตจักรปฏิรูปนิกายโปเตสแตนต์และยังเป็นสถานที่สำคัญที่เคยมีการปฏิรูปทางศาสนาเกิดขึ้นอีกด้วย

ทางด้านสถาปัตยกรรมกล่าวได้ว่าหอคอยคู่แฝดของโบสถ์ Grossmünster นั้นเป็นจุดที่มีผู้คนสะดุดตาและดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดในเมืองซูริคก็ว่าได้ สถาปัตยกรรมศาสนจักรถือเป็นแบบโรมันและเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปตั้งแต่แต่สถาปัตยกรรมอิมพีเรียลโรมัน เพื่อให้คงอยู่ไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบโรมัน โบสถ์ Grossmünster จึงนำเสนอออกมาในรูปแบบประตูแกะสลักในศิลปะยุคกลาง อิฐหินถูกใช้ในการก่อสร้างตัวโบสถ์ หอคอยคู่แฝดถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ. 1487-1492  แต่เดิมยอดของหอคอยคู่แฝดนั้นสร้างด้วยไม้แต่โดนไฟเผาทำลายไปในปีค.ศ. 1763 ภายหลังจึงได้สร้างขึ้นใหม่เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิค (Neo-Gothic) โบสถ์ยังมีการตกแต่งด้วยหน้าต่างกระจกที่มีสีสันทันสมัยโดยจิตรกรชาวสวิส Augusto Giacometti และเพิ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ในปีค.ศ. 1932 นอกจากนี้ยังมีประตูทองสัมฤทธิ์หรูหราที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศเหนือและทิศใต้

เวลาทำการ

เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวันแต่ไม่เหมือนกันในแต่ละช่วงปี ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปีตั้งแต่เวลา 10.00-18.00น. เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปีตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.

วิธีการเดินทาง

เดินทางด้วยรถรางสาย 4 15 17 19 ลงที่ป้าย Helmhaus 
ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก