/ ข้อมูลวางแผนเที่ยว / รวมเรื่องต้องรู้ สำหรับเตรียมตัวเที่ยวฝรั่งเศส

รวมเรื่องต้องรู้ สำหรับเตรียมตัวเที่ยวฝรั่งเศส

Photo by DXR from commons.wikimedia.org/wiki/File:Hôtel_des_Invalides,_North_View,_Paris_7e_140402_1.jpg [CC by-sa 3.0]

หากมีแพลนการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง การเตรียมพร้อมเรื่องข้อมูลต่างๆเพื่อวางแผนการเที่ยวเพื่อให้เที่ยวสนุกแบบไม่มีสะดุดถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ถ้าเป้าหมายการท่องเที่ยวของคุณเป็นฝรั่งเศสแล้วละก็จะมีอะไรที่คุณจะต้องรู้และเตรียมการว่าควรจะเอาไรติดไปกันบ้างนั้นตามเรามาเลย แล้วคุณจะรู้ว่าการเที่ยวด้วยตัวเองแบบมืออาชีพไม่ได้ยากอย่างที่หลายๆคนเคยคิด มาตามไปดูข้อมูลแบบคร่าวสำหรับวางแผนเที่ยวประเทศฝรั่งเศสด้วยตัวเองกัน

 

มาทำความรู้จักฝรั่งเศสแบบคร่าวๆ

เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสคือ กรุงปารีส ที่อยู่บริเวณตอนบนของประเทศ มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งในสหภาพยุโรป ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีประชากรประมาณ 67 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริส ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก คนฝรั่งเศสส่วนมากไม่ค่อยนิยมพูดภาษาอังกฤษกันมากนัก แต่ปัจจุบันเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวนานาชาติจึงมีพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษคล่องๆไว้คอยให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว บางช็อปนี่เอาใจขนาดมีภาษาจีน ญี่ปุ่น และไทยไว้ให้อุ่นใจกันเลย สกุลเงินที่ใช้เป็นเงินยูโร ที่ 1 ยูโร(€, EUR) เท่ากับประมาณ 38 บาท

จากเมืองไทยถ้านั่งเครื่องบินตรงไปที่ฝรั่งเศสจะใช้เวลาประมาณ 11-12 ชั่วโมง ถ้าเทียบเวลากับประเทศไทยจะช้ากว่าประมาณ 5 ชั่วโมงในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม และจะช้ากว่า 6 ชั่วโมงในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม สนามบินหลักของปารีสจะมี 2 แห่ง นั่นคือ สนามบินชาร์ลเดอโกล ห่างจากใจเมืองประมาณ 30 กิโมเมตร และสนามบินปารีสออร์ลี่ ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 18 กิโมเมตร

 

 

ฝรั่งเศสแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาล อย่างชัดเจนได้ดังนี้

ฝรั่งเศส 4 ฤดูกาล มีอะไรให้เที่ยวชมบ้างในแต่ละหน้า

 

  1. ฤดูใบไม้ผลิ

เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายน เรียกได้ว่าเดินเที่ยวเพลินมากๆในช่วงนี้เพราะอากาศก็ดีไม่หนาวไปไม่ร้อนไปกลางวันอุณหภูมิไม่เกิน 18 องศา สถานที่ท่องเที่ยวที่มีจำพวกสวนดอกไม้ก็กำลังออกออกผลิบาน เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ เสื้อผ้าไม่ต้องหนามาก อาจติดเสื้อกันหนาวไปเผื่อๆช่วงกลางคืนที่บางวันอาจเย็นๆประมาณเลขตัวเดียว

  1. ฤดูร้อน

เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนกันยายน โดยเดือนสิงหาคมอาจจะร้อนที่สุดสูงสุด 30 องศาที่ดูเผินๆอากาศประมาณเมืองไทยทั่วๆไปดีๆนี่เอง การแต่งตัวอารมณ์ไม่ต้องเตรียมอะไรเยอะ เสื้อผ้าแต่งสไตล์เมืองไทยได้เลย ถือได้ว่าเป็นช่วงที่กระเป๋าเดินทางแบกสบายสุดแล้ว แต่อาจต้องทำใจกับปริมาณคนมหาศาลในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆโดยเฉพาะในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชายหาดนี่คนพรึบพรับ แต่ก็ทำให้บรรยากาศคึกคัก ร้านค้าร้านอาหารเยอะเป็นพิเศษ จะมาเริ่มเย็นลงหน่อยก็ช่วงเดือนกันยายนที่อาจจะต้องติดๆเสื้อกันหนาวบางๆมาบ้าง

  1. ฤดูใบไม้ร่วง

เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายๆเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนธันวาคม ถือเป็นช่วงที่อากาศเย็นๆแต่ไม่ถึงกับหนาวเกินไป แถมยังมีใบไม้เปลี่ยนสีที่ผลัดใบให้ได้ชื่นชม ยิ่งถ้ามีสถาปัตยกรรมงามๆเป็นโฟกัสหลักล้อมรอบๆด้วยใบไม้สีแดงๆเหลือๆส้มๆ เสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาวเอามาแบบพอดีๆไม่น้อยไม่มาก แต่ถ้ามาช่วงปลายๆเดือนพฤศจิกาเป็นต้นไปก็สามารถจัดเสื้อกันหนาวพร้อมลองจอห์นมาให้อุ่นใจ เพราะอากาศช่วงนั้นจะเริ่มหนาวๆบ้างแล้ว

  1. ฤดูหนาว

เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายๆเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนมีนาคม กระเป๋าเดินทางจะหนักๆหน่อยช่วงนี้ เพราะต้องหอบอุปกรณ์กันหนาวมาแบบจัดหนักจัดเต็ม จริงๆบางอย่างจะมาซื้อเพิ่มที่เอาท์เล็ทมอลล์ก็ได้ เพราะช่วงนั้นโปรโมชั่นเด็ดๆเยอะ เสื้อกันหนาว ลองจอห์น และอุปกรณ์กันหนาวเอามาให้ครบจะดีที่สุด ในฤดูนี้บรรยากาศอาจดูไม่คึกคักคักเท่าช่วงอื่นๆเพราะคนไม่ค่อยนิยมเที่ยวกันนัก แต่นับเป็นนาทีทองของการถ่ายรูปแบบไม่ต้องกลัวมีคนอื่นมาเป็นตัวแถมในเฟรม คนที่มาจากเมืองร้อนๆที่ชื่นชอบหิมะก็จะได้เห็นวิวทัศน์ที่ขาวโพลนรายล้อมสถานที่ต่างๆ รองเท้าอาจต้องดูที่เหมาะสำหรับเดินบนหิมะซักหน่อยเผื่อลื่น รวมทั้งควรศึกษาเวลาเปิดปิดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆให้ดี เพราะส่วนมากช่วงนี้จะปิดเร็ว

 

 

ฝรั่งเศสมีอะไรบ้างน่าเที่ยว

15 ที่เที่ยวเด็ด ห้ามพลาดของปารีส

ฝรั่งเศสนั้นถือเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในด้านสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมาก โดยมีทั้งแนวศิลปะ วัฒนธรรม โบราณสถาน ธรรมชาติ และแหล่งช็อปปิ้งสุดฮิต “อาทิ หอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส ดิสนีย์แลนด์ ปารีส ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมปงปิดู และถนนช็องเซลีเซ”  นอกจากในปารีสแล้วยังมีเมืองน่าเที่ยวอื่นๆที่น่าไปไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นแถบแคว้นโพรวองซ์ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงชูช่อสุดลูกหูลูกตาช่วงฤดูร้อน หรือแม้กระทั่งเมืองบอร์คโดซ์ที่มัสเน่ห์น่าค้นหาด้วยสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์โรมัน อีกทั้งยังมีไร่องุ่นๆงามๆให้ชมพร้อมชิมไวน์รสชาติเยี่ยมจากหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส

 

 

การเดินทางสะดวกแค่ไหน

Photo: CellarDoor85 [CC BY-sa 3.0] from commons.wikimedia.org/wiki/File:TGV-ICE_ParisEst.jpg

ถือเป็นอีกประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายสุดๆ โดยเฉพาะรถไฟเรียกได้ว่าเข้าถึงทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการ แถมหาซื้อตั๋วได้ง่ายตามตามเคาน์เตอร์ทั่วไปหรือตู้ขายแบบอัตโนมัติ  ซึ่งรถไฟในฝรั่งเศสจะสามารถแบ่งออกเป็นในประเทศและระหว่างประเทศ มีรายละเอียดได้แก่

รถไฟฟ้าใต้ดินปารีส : สถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์กในปารีสส่วนมากเดินทางง่ายที่สุดก็เลือกใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน

รถไฟRER : จะวิ่งครอบคลุมทั้งปารีสและปริมณฑลรอบๆ

รถราง Tram : มีทั้งในปารีสจนถึงปริมณฑลรอบๆ เน้นชมวิวระหว่างทางไปด้วย

รถไฟความเร็วสูง TGV : ใช้สำหรับการเดินทางระหว่างเมืองต่างๆของฝรั่งเศส ด้วยความเร็วที่สูงทำให้ไปไวกว่าปกติมาก ราคาก็ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการเดินทางประเภทอื่นๆเช่นกัน

รถไฟ TER : เน้นพื้นที่วิ่งแถบชานเมืองชนบทๆตามหมู่บ้านเล็กๆที่รถไฟTGV ไปไม่ถึง

รถไฟความเร็วสูง Eurostar : ครอบคลุมไปในแถบยุโรปตะวันตก อย่างประเทศอังกฤษและเบลเยี่ยม

รถไฟ Thalys : สามารถเดินทางไปยังปลายทางอย่างประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี

 

 

มีอะไรบ้างที่ไม่ควรพลาด

Photo by Erwmat from commons.wikimedia.org/wiki/File:Boutique_Louis_Vuitton_au_101_avenue_des_Champs-Elysées_à_Paris.JPG [CC by-sa 3.0]

อาหารของฝรั่งเศสนี่เรียกได้ว่าถ้ามาเยือนต้องไม่พลาดลิ้มลอง เพราะเต็มไปด้วยร้านคุณภาพ แถมมาฝรั่งเศสที่เป็นประเทศต้นตำหรับทั้งทีจะพลาดก็กระไรอยู่ ที่หาง่ายก็อย่างเช่นร้าน Leon bruxelles รสชาติดี ราคาไม่แรง แถมมีสาขาเยอะในฝรั่งเศส หรือร้านอาหารที่คนฝรั่งเศสยังต้องยกนิ้วให้อย่าง Le Scheffer ในปารีส ที่ขนาดคนที่ไม่ได้ชอบอาหารฝรั่งเศสแท้ๆเท่าไหร่ยังติดใจรสชาตออาหารของร้านนี้ อีกทั้งยังมีเมนูของคาวอีกหลายเมนูที่ต้องลองอย่าง เอสคาร์โก้ ฟัวกรา และเห็ดทรัฟเฟิล นอกจากนี้ยังมีเมนูจำพวกขนมอบต่างๆที่เดินไปร้านไหนก็ไม่มีคำว่าผิดหวัง ขนมหวานท้องถิ่นก็มีอะไรแปลกให้ลองเยอะที่เด็ดไม่ลองไม่ได้ก็น่าจะเป็นมาการองของ LADURÉE ที่ Champs-Elysées ว่ากันว่าเป็นต้นตำหรับของขนมชนิดนี้ รวมทั้งไวน์และแชมเปญที่ผลิตจากฝรั่งเศสก็นับว่ามีชื่อเสียงในด้านรสชาติ คุณภาพดีมากที่สุดของโลก