/ Advertorial / 15 Activities สุดสโลว์ไลฟ์ ไปหลวงพระบางเมื่อไหร่ ต้องไปทำ!

15 Activities สุดสโลว์ไลฟ์ ไปหลวงพระบางเมื่อไหร่ ต้องไปทำ!

ลาว เป็นบ้านพี่เมืองน้องที่มีพรมแดนติดกับบ้านเราในหลายจุด แถมต้องบอกเลยว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นอยากท่องเที่ยวในต่างประเทศนั้น ลาวถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เลยละ เพราะว่าเดินทางง่าย อาหารการกินก็รสชาติและหน้าตาใกล้เคียงกับบ้านเรา แถมที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษก็ไปได้ เพราะลาวและไทยมีภาษาที่ไม่ต่างกันเกินไปนัก และต้องบอกเลยว่า หลวงพระบาง ก็ถือได้ว่าเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ที่ทุกคนเลือกปักหมุดกันไว้ ถ้าคิดจะไปลาว เพราะมีทั้งความสโลว์ไลฟ์และผู้คนที่แสนจะน่ารักน่าชัง ถ้าคุณยังไม่เคยไป เราแนะนำให้ตรงนี้เลยว่านี่คือหนึ่งเมืองที่จะสร้างความประทับใจให้คุณได้แน่นอน อย่าพลาดเลยเชียวละ! และเมื่อคิดจะไปหลวงพระบางเมื่อไหร่ อย่าลืมไปส่องหาตั๋วเครื่องบินดีลเริ่ดๆ กันใน Traveloka ด้วยนะจ๊ะ เพราะบอกตรงนี้ว่าเค้ามีโปรเด็ดมาชวนให้โดนกันบ๊อยยยบ่อย เปิดเข้าไปเจอโปรไหนถูกใจก็สอยตั๋วกันเอาไว้ก่อนได้เลยจ้า รับรองตรงนี้ว่าไม่มีผิดหวังกันแน่นอน!

จองตั๋วเครื่องบินไปหลวงพระบางกับ Traveloka คลิกเลย https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Luang-Prabang.LPQ

 

15 กิจกรรมต้องทำในหลวงพระบาง

 

1. ตักบาตรข้าวเหนียว

เรียกว่านี่คือภาพจำอันติดตา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ถ้ามาหลวงพระบางแล้วต้องได้เห็นหรือได้ลอง ตื่นแต่เช้าซักวัน แล้วออกมาเดินเล่นชมภาพทิวแถวของพระสงฆ์ยาวเหยียดที่ยืนรอรับบาตรจากญาติโยมกันริมถนนหนทาง ที่นี่ตักบาตรกันด้วยข้าวเหนียวซึ่งเป็นอาหารประจำถิ่น เพราะฉะนั้นความสนุกอีกหนึ่งอย่างคือการที่คุณต้องกำข้าวเหนียวขึ้นมาปั้นให้เป็นคำๆ แล้วหย่อนลงบาตรให้ทัน บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ต้องลองกันซักครั้งจริงๆ คุณ

 

 

 

2. ชมหอไหว้สีกุหลาบที่วัดเชียงทอง


วัดเชียงทองนับเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง ความงามของวัดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้างในหลวงพระบางเลยเชียวนะ ตัววัดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง และบอกเลยว่าวัดนี้มีจุดที่งดงามอยู่เพียบ! ตั้งแต่ ‘สิม’ หรือโบสถ์แบบล้านช้างอันเก่าแก่ ช่อฟ้า หอกลอง พระวิหาร ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงามของศิลปะโบราณ และที่สำคัญคือหอไหว้ที่มีผนังเป็นสีชมพูสดใส ประดับไปด้วยกระจกสีสวยแปลกตา มาหลวงพระบางทั้งที ต้องมาดู!

 

 

 

3. ชมวิวมุมสูงบนพระธาตุพูสี


พระธาตุพูสี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบาง บนเนินเขาที่มีความสูงประมาณ 150 เมตร ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่คุณจะได้ชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบางได้แบบเต็มๆ ตา 360 องศากันเลยทีเดียว จะเป็นวิวเมือง แม่น้ำโขง หรือภูเขาที่รายล้อมเมืองนี้ไว้ ก็เห็นได้ครบจ้า ช่วงเวลาพีคของที่นี่คือการมาชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น แต่เผื่อเวลาเดินขึ้นมาหน่อยก็ดีนะ กะดูว่ากว่าจะขึ้นบันได้ 328 ขั้นมาได้น่ะ คุณต้องใช้เวลาประมาณไหน จะได้ขึ้นมาถึงก่อนที่พระอาทิตย์หายหมดไงจ๊ะ

 

 

 

4. เดินชิลล์ดูวิถีสโลว์ไลฟ์


เป็นที่รู้กันอยู่ว่าหลวงพระบางน่ะเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบเนิบช้า ดังนั้น เมื่อมีโอกาสมาชิลล์ที่เมืองมรดกโลกแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เพลินคือการเดินเล่นชมเมืองแบบสบายๆ เพราะด้วยความที่เป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่และไม่จอแจมากนัก จึงมีที่ทางให้เดินเลาะกันไปตามซอกเล็กซอยน้อยได้อย่างชิลล์ๆ เพื่อชมชีวิตประจำวันของผู้คนในเมืองนี้ นอกจากจะได้เพลินกับวิถีท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ยังมีโอกาสได้แวะกินแวะช้อปร้านเล็กๆ ตลอดทางอีกมากมาย ใครเป็นสายเดิน ชอบความสโลว์ไลฟ์ มั่นใจว่าแฮปปี้ชัวร์

 

 

 

5. ช้อปปิ้งถนนคนเดิน


ตลาดมืด หรือไนท์ มาร์เก็ต ในหลวงพระบาง ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ขึ้นชื่อที่เมื่อมาถึงเมืองนี้แล้วต้องได้แวะ บอกเลยว่าใครที่ชอบงานแฮนด์เมดทำมือทั้งหลายต้องวี้ดว้ายแน่ๆ เพราะที่นี่มีทั้งผ้าปักผืนเล็กผืนใหญ่ หนังสือนิทานผ้าทำมือ ของใช้ เสื้อผ้าทั้งแบบทันสมัยและสไตล์ท้องถิ่น แถมราคาส่วนใหญ่ก็จับต้องได้ ไม่ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยิน ต่อรองได้อีกนิดหน่อยพอสนุกสนาน แถมเค้ามีให้เดินกันทุกวันด้วยนะ ไหว้พระธาตุพูสีเสร็จก็แวะมาช้อปกันได้เลยจ้า อยู่ใกล้กัน

 

 

 

6. ไปไหว้พระ ณ ถ้ำติ่ง


ถ้ำติ่งหรือถ้ำปากอู อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ด้านในของถ้ำติ่งนั้นเต็มไปด้วยพระพุทธรูปมากมาย ซึ่งสร้างขึ้นจากหลายยุคสมัย เนื่องจากถ้ำนี้เป็นถ้ำที่ผู้คนนิยมใช้ในการสักการะหรือเซ่นไหว้เทวดาและภูตผีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสถานที่สำคัญของพุทธศาสนาอย่างเช่นในปัจจุบัน โดยวิธีการเดินทางก็แสนจะชิลล์ ด้วยการล่องเรือไปตามแม่น้ำโขง ได้ดูวิว แถมได้ไหว้พระกันแบบสะใจ รับรองได้ว่าอิ่มทั้งตาอิ่มทั้งบุญ

 

 

 

7. กินส้มตำหลวงพระบาง


นี่คือสุดยอดเมนูที่บอกเลยว่าคนไทยกินได้ คนลาวก็กินดี แต่ส้มตำของหลวงพระบางนั้นจะมีเอกลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเองด้วยการฝานเส้นมะละกอเป็นแผ่นใหญ่ และนิยมใช้กะปิในการปรุงรส แม้จะมีให้เลือกชิมกันหลายร้าน แต่พิกัดยอดฮิตที่อยากแนะนำว่าถ้าได้ไปเช็คอินคือที่สุด ต้องขอชี้เป้าให้กับร้านตำหมากหุ่งแม่ติ๋ม แห่งถนน Kounxoau ใกล้วัดหนองสีคูนเมือง ว่ากันว่ารสชาตินั้นแซ่บหลาย แต่จะเด็ดขนาดไหน คงต้องไปลองชิมกันด้วยตัวเองแล้วเด้อ

 

 

 

8. ย้อนอดีตในพระราชวังหลวงพระบาง


แม้ปัจจุบันนี้ หลายคนจะรู้จักที่นี่ในชื่อของพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองหลวงพระบาง แต่ดั้งเดิมนั้นที่นี่เคยเป็นพระราชวังเก่าในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2447 ตัวอาคารเป็นแบบตะวันตกโดยมีหลังคาเป็นศิลปะแบบลาวและล้านช้าง ที่นี่ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงพระบางบริเวณริมแม่น้ำโขง ด้านในมีโบราณวัตถุทั้งของลาว และข้าวของจากหลายประเทศข้างเคียง ที่สำคัญคือเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบาง พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง ซึ่งอยากชวนให้คุณได้มากราบซักครั้งเพื่อเป็นสิริมงคล

 

 

 

9. ผ่อนคลายไปกับการนวดแบบลาว


ถ้าเดินเล่นกันหนักจนเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวละก็ อยากขอชวนให้ไปลองการทำสปาแบบลาว ไม่ว่าจะเป็นการนวดตัว นวดเท้า ที่มีทั้งนวดแบบลักษณะใกล้เคียงกับการนวดแบบไทย หรือแม้กระทั่งการนวดผ่อนคลายแบบอโรม่า เชื่อว่าใครที่เป็นสายเที่ยวแบบสบายๆ น่าจะถูกใจกันพอสมควรเลยละ ที่เริ่ดคือราคาไม่ได้ถือว่าแพงแต่อย่างใด ใกล้ๆ กับที่เมืองไทย หรือบางร้านก็ถูกกว่า ในหลวงพระบางมีให้เลือกลองหลายร้านหลายระดับเลยด้วยนะ ถ้ามองหากิจกรรมแบบสบายๆ อยากให้ไปลองดู

 

 

 

10. สัมผัสวิถีท้องถิ่นที่ตลาดเช้า


ตลาดเช้าของหลวงพระบางนั้นแม้จะไม่ได้เป็นตลาดขนาดใหญ่เหมือนในบ้านเรา แต่เป็นแผงเล็กๆ บนพื้นตามซอกเล็กซอยน้อยที่เต็มไปด้วยอาหารแบบท้องถิ่น ตลาดเช้าของที่นี่จึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้เราได้ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมด้านอาหารการกินของผู้คนเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี มีทั้งผัก ปลา วัตถุดิบแปลกๆ ไปจนถึงอาหารป่านานาชนิดกันเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีร้านขายอาหารเช้าสไตล์หลวงพระบางแบบง่ายๆ เรียงรายไปตลอดทาง เดินไปแวะหาของกินใส่ท้องไป เรียกได้ว่าเพลิน!

 

 

 

11. เล่นน้ำตกสีเทอควอยซ์ที่ตาดกวางสี


น้ำตกนี้อยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกสูง 4 ชั้น และมีความสูงที่สุดประมาณ 75 เมตร จุดเด่นที่สุดของน้ำตกหินปูนแห่งนี้ต้องเป็นที่การมีผืนน้ำสีฟ้าใสแจ๋ว ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุในธรรมชาติของน้ำตกแห่งนี้นั่นเอง บอกเลยว่าเมื่อไปเห็นนะ ต่อให้หนาวแค่ไหนก็อยากขอเอาแขนขาลงไปแช่กันซักนิดเถอะน่า เพราะมันสวยท้าทายจริงๆ เชียว สมแล้วละที่ได้รับการยกย่องให้เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของหลวงพระบางเลยนะ สวยจริงจ้า มาเหอะ คอนเฟิร์ม!

 

 

 

12. จิบกาแฟ กินเบเกอรี่ ที่ร้านโจมา

รูปจาก https://web.facebook.com/jomabakerycafe/

เรียกว่านี่คือร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่อยู่คู่กับเมืองหลวงพระบางมาตั้งแต่สมัยยังไม่ได้เป็นที่เที่ยวฮ้อตฮิตขนาดนี้ และถือเป็นร้านที่ถ้าคุณมาหลวงพระบางเมื่อไหร่ ก็ควรต้องได้มาเช็คอินกันซักมื้อสองมื้อละ มานั่งจิบกาแฟลาวหอมๆ กินเบเกอรี่ที่ร่ำลือกันว่ารสชาติเด็ดเชียว แวะมาได้ทั้งเช้า สาย บ่าย ที่ดีงามคือบอกได้ว่าราคานับว่าไม่ถึงกับแรงมากเมื่อเทียบกับความชิลล์ได้จะได้รับกลับมา สายคาเฟ่ปักหมุดเลยจ้ะ ห้ามพลาดเชียว

 

 

13. ชิลล์ยามเช้าแบบบ้านๆ ที่ร้านประชานิยม

รูปจาก https://th.tripadvisor.com/Restaurant_Review-g295415-d14961531-Reviews-Prachaniyom-Luang_Prabang_Luang_Prabang_Province.html

อีกหนึ่งร้านกาแฟที่นับว่าเป็นร้านซิกเนเจอร์ของหลวงพระบาง ที่นักท่องเที่ยวซึ่งมายังเมืองนี้ต้องแวะมาเช็คอิน บอกเลยว่าใครที่เป็นสายชิลล์ชอบความรู้สึกแบบท้องถิ่นจัดๆ ต้องแวะมา เพราะที่นี่เป็นร้านกาแฟที่มาในบรรยากาศแบบบ้านๆ สบายๆ เมนูที่เสิร์ฟก็เป็นเมนูง่ายๆ อย่างกาแฟโบราณ ไข่ลวก ข้าวต้ม หรือปาท่องโก๋ ร้านตั้งอยู่ริมโขงบรรยากาศจึงดี๊ดี เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำให้มาเช็คอินกัน

 

 

 

14. แฮปปี้กับสตรีทฟู้ดหลวงพระบาง


แม้จะไม่ได้เป็นเมืองขนาดกว้างขวางใหญ่โต แต่เพราะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเยือนกันอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี หลวงพระบางจึงมีร้านอาหารผุดขึ้นมากมายโดยเฉพาะในโซนตัวเมือง และถ้าใครเป็นสายสตรีทฟู้ดที่ชอบเดินเล่นเดินชิลล์หาของพื้นถิ่นสองฝั่งถนนชิมดูนะ บอกเลยว่ามาเมืองนี้คือแฮปปี้ เพราะมีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ในบรรยากาศบ้านๆ สบายๆ แต่รสชาติถือว่าไม่ธรรมดา มาหลวงพระบางแล้วทั้งที เผื่อเวลามาเดินกินสตรีทฟู้ดของที่นี่ด้วยนะ เชื่อเรา

 

 

 

15. แช่น้ำเย็นสบายในน้ำตกตาดแส้


อีกหนึ่งน้ำตกที่นับว่ามีความสวยไม่แพ้น้ำตกตาดกวางสีอันโด่งดัง ก็ต้องยกให้กับน้ำตกตาดแส้แห่งนี้นี่ละ เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำตกหินปูนที่มีผืนน้ำสีฟ้าใส ตัวน้ำตกมาในรูปแบบลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ลงมา แม้ว่าความสูงอลังการจะไม่ได้ยิ่งใหญ่นักเมื่อเทียบกับตาดกวางสี แต่ที่นี่ก็ถือว่าเล่นน้ำง่ายและให้บรรยากาศแบบชิลล์ๆ ได้ไม่แพ้กัน ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางแค่ 15 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ไกล

 

 

แม้ว่าทุกวันนี้หลวงพระบางจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปจากสมัยก่อน แต่ที่นี่ก็ยังคงมีเอกลักษณ์ซึ่งเรียกได้ว่าน่ารักและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ความน่ารักใจเย็นของชาวบ้านที่ยิ้มง่ายอารมณ์ดี ซึ่งนับว่าเป็นไฮไลท์ที่เรียกรอยยิ้มให้ผู้มาเยือนได้เสมอ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองต่างประเทศที่เดินทางง่าย ไม่ต้องใช้งบเยอะในการท่องเที่ยว แถมยังไม่มีอุปสรรคด้านภาษาและการสื่อสารอีกด้วยนะ รับรองเลยว่าใครได้มาก็ต้องติดใจ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนชอบความสโลว์ไลฟ์ แต่มีความสะดวกสบายให้ใช้ชีวิตได้แบบไม่ลำบากนะ มาเลยให้ไว! รับรองว่าต้องติดใจเมืองนี้แน่นอน