รีวิวเที่ยวมาเก๊า 1 วันจากฮ่องกง แบบไปเช้าเย็นกลับ

รีวิวเที่ยวมาเก๊า 1 วันจากฮ่องกง แบบไปเช้าเย็นกลับ

วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่เราไปเที่ยวฮ่องกงกันซึ่งเราจะใช้เวลา 1 วันในการนั่งเรือเฟอร์รี่ไปเที่ยวมาเก๊ากัน แต่ตื่นมาตอนเช้ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเลยวางแผนไปหาโจ๊กอร่อยๆทานกัน โดยเป้าหมายร้านโจ๊กของเราในเช้าวันนี้คือร้านโจ๊ก Ocean Empire หรือที่คนไทยชอบเรียกกันว่าร้านโจ๊กม่วง ซึ่งมีเมนูอาหารคล้ายกับๆร้านโจ๊กซีวิว(Sea View Congee) ที่เป็นอีกร้านฮิตของไทยแต่โดยส่วนตัวชอบร้านนี้มากกว่า

หน้าร้านโจ๊กม่วง Ocean Empire Congee

โจ๊กร้าน Ocean Empire Congee

โจ๊กและปาท่องโก๋ร้านโจ๊กม่วง Ocean Empire Congee

 

จากนั้นก็ไปที่สถานีจิมซาจุ่ย(Tsim Sha Tsui) เพื่อเดินไปที่ท่าเรือ China-Hong Kong Terminal เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปมาเก๊ากัน โดยแวะที่ร้านกาแฟภายในห้าง Harbour City ที่ชื่อว่า Tiger Curry Cafe ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ริมระเบียงชมวิวทะเล

ร้านกาแฟ Tiger Curry Cafe

[wp_ad_camp_1]

 

เมื่อไปถึงเราก็เดินไปบริเวณที่ซื้อตั๋วจะเห็นคนจีนมาโบกเราไปที่บริเวณเค้าเตอร์ขายตั๋วเรือ และอีกคนจะใส่หูฟังโทรศัพท์ ในมือถือแบงค์ต่างๆนับไปนับมา ยืนอยู่หน้าเค้าเตอร์ขายตั๋วแล้วถามเราว่ากี่คน บอกเลยว่าพวกนี้ขายตั๋วผีนะ ใช้ได้เหมือนกันแต่ราคาจะแพงกว่า พอดีว่าเราไปกันสายประมาณ 9 โมงครึ่งแล้ว ซึ่งตอนที่ไปถามกับเค้าเตอร์ของบริษัทจริงจะเหลือรอบเร็วสุดตอนบ่ายโมง ทำให้เราต้องถูกบังคับซื้อตั๋วผีที่จะได้รอบ 10 โมงตรงพอดี ราคาแพงกว่าประมาณ 30 เหรียญไปกลับ  ดูข้อมูลการนั่งเฟอร์รี่ข้ามไปมาระหว่างฮ่องกงกับมาเก๊าเพิ่มเติมได้ที่นี่

บริเวณเค้าเตอร์ขายตั๋วเรือเฟอร์รี่ข้ามฝากไปมาเก๊า

ซื้อตั๋วเสร็จก็เช็คอิน ถ้าไม่มีโหลดกระเป๋าก็เข้าไปรอด้านในได้เลย นั่งรอแป้บเดียวเค้าก็เรียกให้เดินตามกันออกนอกอาคารไปที่บริเวณท่าเรือที่อยู่ด้านล่าง แล้วก็เดินขึ้นเรือกันไป ซึ่งตั๋วที่ได้มาจะเป็นแบบระบุที่นั่งไปเรียบร้อยแล้ว นั่งไปเพลินๆประมาณ 50-60 นาทีก็ไปถึงมาเก๊า ซึ่งต้องกรอกใบ Immigration อีกรอบสำหรับเข้ามาเก๊า แล้วก็ไปเข้าคิวตม. แป้บเดียวก็อออกมาข้างนอกแล้ว ที่บริเวณหน้าทางเข้าจะมี Tourist Information อยู่ก็แวะเข้าไปหยิบแผนที่ซักหน่อย จากนั้นก็ถามหาสายรถบัสและท่ารถบัส ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้บริการดีมาก นั่งสาย 3 จากท่ารถด้านหน้าได้เลย วิ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองมาเก๊าไปเที่ยวที่แรกที่ฮิตของมาเก๊ากัน นั่นก็คือจตุรัสเซนาโด้(Senado Square)นั่นเอง

บริเวณที่นั่งรอขึ้นเรือภายในอาคารท่าเรือฮ่องกง

บรรยากาศภายในเรือเฟอร์รี่-Cotai Water Jet

บรรยากาศภายในเรือเฟอร์รี่-Cotai Water Jet

อาคารท่าเรือเฟอร์รี่ฝั่งมาเก๊า

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ท่าเรือฝั่งมาเก๊า

[wp_ad_camp_2]

นั่งรถบัสประมาณ 15-20 เท่านั้นก็มาถึงเซนาโด้แล้ว ลงที่ฝั่งตรงข้ามด้านหน้าเลย คนเยอะมากๆ เราเดินเล่นชมบรรยากาศบ้านเมืองสไตล์ยุโรป ตลอดทาง มีทั้งโบสถ์ที่สวยงาม ร้านค้า ร้านของฝากพวกหมูแผ่น คุกกี้ที่ให้ชิมกันไม่ยั้ง  กว่าจะไปถึงซากโบสถ์เซ็นพอลที่เป็นแลนด์มาร์กของมาเก๊า ชิมกันจนอิ่มเลยทีเดียว เสร็จแล้วก็เดินวนกลับทางเดิม แวะซื้อคุ้กกี้ซักกล่อง แล้วก็เดินไปทางมื้อเที่ยงวันนี้ของเรากัน จะเป็นร้านข้าวหน้าเป็ดย่าง และหมูแดง-หมูกรอบ เป็นร้านดังร้านฮิตของมาเก๊าที่อยู่ไม่ไกลจากเซนาโด้นัก ชื่อว่า ร้านชางคองเก(Chan Kuong Kei)

ด้านในมีทั้งโบสถ์และร้านค้าต่างๆ

โครงสร้างต่างๆของประตูโบสถ์

ทางเดินระหว่างไปซากประตูโบสถ์

เมนูจานรวม 3 อย่าง เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบของร้านชางคองกี่(Chan Kuong Kei Casa De Pasto)

เมนูต้มเลือดหมูที่ที่หอม หวาน อร่อยกำลังดีของร้านชางคองกี่(Chan Kuong Kei Casa De Pasto)

บรรยากาศภายในร้านชางคองกี่(Chan Kuong Kei Casa De Pasto)

 

ทานข้าวกันอิ่มแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวานซักหน่อย โดยร้านที่เราจะไปกันคือร้านทาร์ตไข่มากาเร็ต(Margarets Cafe)ที่เป็นหนึ่งใน 2 ร้านทาร์ตไข่ชื่อดังที่สุดในมาเก๊าซึ่งร้านจะอยู่ในตรอกเล็กๆฝั่งตรงข้ามกับร้านเป็ดย่างนี้เอง เป็นทาร์ตไข่สไตล์โปรตุเกสที่กรอบนอกนุ่มใน หอมมันอร่อยกำลังดี คนยืนต่อคิวกันยาวออกมาถึงหน้าร้าน

ทาร์ตไข่ร้านดังของมาเก๊าร้านทาร์ตไข่มากาเร็ต(Cafe e Nata Margaret’s)

 

จากนั้นเราก็เดินออกมายืนรอรถบัสไปลงที่เวเนชี่ยน(Venetian)อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของมาเก๊า ที่มีขนาดใหญ่มากภายในแบ่งออกเป็นหลายๆโซนเช่น คาสิโนขนาดใหญ่ โรงแรม 5 ดาวในอาคารขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและไฮไลท์ที่เป็นส่วนของห้างที่มีการตกแต่งสไตล์เมืองเวนิสของประเทศอิตาลีที่สวยงาม จนมีนักท่องเที่ยวแน่นไปแทบจะทุกมัมเลยทีเดียว

ห้างสไตล์เวนิส The Venetian Macao

บรรยากาศภายในโซนห้างเวเนเชี่ยน Grand Canal Shoppes

บรรยากาศภายในโซนห้างเวเนเชี่ยน Grand Canal Shoppes

[wp_ad_camp_3]

 

หลังจากเดินเที่ยวเล่นกันเสร็จก็เดินเล่นไปที่หมู่บ้านไทปา(Taipa Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์บ้านเรือนแบบโบราณสไตล์โปรตุเกสผสมกับจีน มีร้านขายของ ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ รวมทั้งร้านสตาร์บัคเล็กๆซ่อนตัวอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ด้วย เดินมาไม่ไกลจากเวเนเชี่ยนก็ถึง เดินเที่ยวเล่นกันเพลินๆ นั่งทานขนมกันเสร็จเราก็เดินกลับเวเนเชี่ยน ซึ่งขากลับเราแวะเข้าไปที่โซนบ้านเก่าสไตล์ยุโรปที่ตั้งเรียงกันอยู่ สามารถเข้าไปชมด้านในได้ด้วย โดยจะมีสระบัวและสวนอยู่ด้านหน้า เรียกว่า Taipa House Museum จากนั้นก็เดินต่อกลับมาที่เวเนเชี่ยนเพื่อไปขึ้นรถ Shuttle Bus ฟรีที่จะพาเราส่งที่ท่าเรือ Taipa Ferry Termnial ซึ่งเป็นท่าเรือของฝั่งไทปา(ขามา เรามาลงที่ท่าเรือฝั่งมาเก๊า) มีรถออกทุกๆ 15 นาที นั่งรถไปประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงท่าเรือ เรือไม่นานเรือก็ออก แค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเราก็กลับเข้ามาที่ฮ่องกงอีกครั้ง กรอกใบ Immigration ฮ่องกง ผ่านตม.ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

หมู่บ้านไทปา Taipa Village Food Street

พิพิธภัณท์บ้านไทปา Taipa Houses Museum

 

ออกมาจากตม.ก็ทุ่มกว่าแล้ว มื้อเย็นของเราวันนี้จะไปทานอาหารที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกัน แต่คนฮ่องกงทานกันเยอะพอสมควร อยู่ที่ฝั่งเกาะฮ่องกงที่เราเพิ่งนั่งเรือข้ามกันมาพอดี ต่อรถไฟใต้ดิน MTR ไปลงกันที่สถานี Causeway Bay เดินต่ออีกแป้บเดียวก็ถึง เป็นร้านอาหารจีนสไตล์ฟิวชั่นหน่อยๆ แต่งร้านสไตล์โมเดิร์น มีเมนูเด็ดเป็นหมูทอด ส่วนอาหารอื่นๆก็อร่อยเช่นกัน

รีวิว สุดยอดหมูทองของฮ่องกงร้าน Delicious Kitchen

เมนูฮิตที่สุดของร้าน สั่งทุกโต๊ะหอมกรอบอร่อยมาก หมูพอคชอปทอด

เมนูปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน

เมนูผัดถั่วฝักยาวกับหมูสับ

 

จบการเที่ยว 1 วันที่มาเก๊าโดยนั่งเรือเฟอร์รี่จากฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อย สนุกสนานอิ่มอ้วนกันไป

 


Exit mobile version