เที่ยวฝรั่งเศสใช้เงินเท่าไหร่ เตรียมงบเที่ยวด้วยตัวเอง


หนึ่งในความกังวลในการวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเองของคนส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นงบประมาณที่ต้องใช้นี่แหล่ะ เพราะเวลาเที่ยวเพลินๆเจออะไรก็น่าเที่ยว น่ากินไปหมด ไม่เหมือนการไปทัวร์ที่มีงบประมาณมาให้เสร็จว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่จริงๆเวลาเราไปตะลอนเที่ยวเองก็สามารถกำหนดงบประมาณการเที่ยวแบบตายตัวได้ถ้าเราวางแผนการดีๆ แถมจะดีกว่าหลายๆอย่างเพราะมีความยืดหยุ่นในแผนการท่องเที่ยวสูง อยากเที่ยวอะไรก็เที่ยว ถ้าคนเยอะรอไม่ไหวจะไปเที่ยวอย่างอื่นแทนก็ยังได้ ที่สำคัญเดี๋ยวนี้มีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินถูกๆออกมาให้เลือกตลอดๆ ถ้าอยากเดินทางสบายขึ้นมาหน่อยก็เลือกบินที่ดีๆแล้วมาลดงบค่าที่พักลง หรืออยากเที่ยวอยู่ดีกินดีจะเลือกตั๋วชั้นประหยัดถูกๆที่อาจไม่สบายสุดๆแต่ก็พอไหว เอาเป็นว่ามาลองคิดคำนวณงบประมาณการท่องเที่ยวฝรั่งเศสคร่าวๆว่าจะไปฝรั่งเศสครั้งนึงจะต้องใช้เงินเท่าไหร่กันถึงจะพอกัน

 

ตั๋วเครื่องบิน

ปัจจุบันนี้เราสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้หลายทางทั้งจากสายการบินโดยตรงไปจนถึงเอเจ้นท์ ซึ่งที่เป็นทริกการจองคือควรจองอย่างน้อยล่วงหน้าซักหลายๆเดือน โดยเฉพาะการซื้อตั๋วในช่วงฤดูหนาวจะมีโปรโมชั่นถูกๆเพียบเพราะเป็นช่วง Low Season การท่องเที่ยวในโซนยุโรปทั้งหมด หรือถ้าอยากได้ราคาดีๆก็สามารถติดตามพวกเพจโปรโมชั่นต่างๆที่จะมีตั๋วราคาดีๆมาให้เข้าไปจองตลอดทั้งปี แต่ตั๋วโปรโมชั่นจะต้องเร็วกันนิดนึงอย่างที่รู้ๆกันว่าของดีมักมีน้อย มือไม่เร็วกดไม่ไวจะอาจมาเสียใจทีหลังว่ากดไม่ทันนะเออ

ราคาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้งสายการบิน ระดับชั้นที่นั่ง การบินตรง และช่วงเวลาที่จอง การบินตรงจะมีข้อดีอยู่ตรงถึงเร็วกว่าที่จะต้องบินอ้อมและต้องแวะพัก การบินตรงจึงจะแพงกว่าและออกจะเมื่อยๆกันอยู่บ้าง เพราะอาจจะต้องนั่งนานยาวๆถึง 12 ชั่วโมง แต่บินแล้วแวะพักราคาจะถูกกว่าพอสวมควรทั้งยังได้แวะเปลี่ยนอิริยาบถบ้างจะถือว่าได้เที่ยวเพิ่มในประเทศที่เป็นจุดแวะพักก็ได้ ยกตัวอย่างราคาตั๋วเครื่องบินสายการบินต่างๆ

  • Jet Airways แวะต่อเครื่อง 1 จุด กรุงเทพ – ปารีส ราคาไปกลับ 17,561 บาท
  • Oman Air แวะต่อเครื่อง 1 จุด กรุงเทพ – ปารีส ราคาไปกลับ 22,438 บาท
  • Thai Airways บินตรง กรุงเทพ – ปารีส ราคาไปกลับ 35,732 บาท

 

การขอวีซ่าเชงเก้น

วีซ่าเซงเก้นนั่นก็คือวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าในโซนกลุ่มประเทศหรือที่เรียกว่า ยูโรโซน (ยกเว้นประเทศอังกฤษ) สามารถใช้วีซ่าเดียวกันได้เลย ที่เรีกยว่า วีซ่าเชงเก้น อย่างถ้าไปฝรั่งเศสก็ต้องไปยื่นที่สถานฑูตฝรั่งเศส ถ้าไปฝรั่งเศสอย่าไปยื่นที่อื่นเชียวเดี๋ยวจะโดนส่งกลับประเทศเอาได้ ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดยอดของความสำคัญที่ควรเป็นขั้นตอนแรกของการวางแผนการเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่ผ่านขึ้นมาละก็ได้ทิ้งเงินค่าตั๋วกันแน่ๆ ดั้งนั้นก่อนกดซื้อตั๋วต้องคิดว่าเราจะมีโอกาสทำวีซ่าผ่านแน่ๆแล้วจะดีที่สุด หรือจะจองตั๋วแบบยังไม่จ่ายเงินก่อนก็ได้จะได้ไม่เสียเงินไปฟรีๆถ้าไม่ผ่านขึ้นมา การทำวีซ่าสามารถยื่นล่วงหน้าได้ 3 เดือน ถ้ายิ่งยื่นเร็วก็จะยิ่งดี เพราะการจองตั๋วหลายๆอย่างหน้าจองล่วงหน้าเยอะๆราคาถูกกว่าซื้อแบบกระชั้นชิดมากๆ โดยถ้าอยากให้สะดวกมากขึ้นก็สามารถทำการลงทะเบียนบนเว็บไซต์ TLScontact ที่เป็นเอเจ้นรับเรื่องการทำวีซ่าแทนสถานฑูตต่างๆ เพื่อทำการนัดหมายออนไลน์และพิมพ์ใบนัดได้ ซึ่งราคาในการทำวีซ่าจะอยู่ที่ประเภทของวีซ่าที่จะมีราคาแตกต่างกันขึ้นไป สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ทำวีซ่าท่องเที่ยว ประเภทพำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน ราคาจะอยู่ที่ 2,317 บาท มีค่าบริการการดำเนินการสำหรับวีซ่าทุกประเภท ราคา 1,119 บาท รวมเป็น 3,436 บาท ถ้าบวกกับค่าประกันการเดินทางที่ต้องทำเพื่อของยื่นวีซ่าพร้อมกัน ที่ต้องเลือกประกันที่ได้รับการรับรอง ให้เลือกแบบสำหรับทำเชงเก้นวีซ่า เบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเดินทางด้วย อย่างประกันของ Allianz เบี้ยประกัน 7 วัน ราคา 450 – 510 บาท

 

โรงแรมที่พักต่างๆ

ที่พักในฝรั่งเศสก็จะสามารถเลือกเอาแบบที่ชอบราคาที่ใช่ได้เลย เพราะมีตั้งแต่โรงแรม 1- 5 ดาว Hostel เล็กๆ แม้กระทั่งอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าชั่วคราว ราคาก็จะลดหลั่นกันไปความความหรูและพื้นที่ตั้ง ยิ่งอยู่ย่านท่องเที่ยวดังๆหรือใกล้สถานีรถไฟก็อาจจะแพงกว่าทำเลที่ตั้งที่ไกลกว่า  สามารถจองที่พักแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ agoda.com หรือ booking.com ราคาสองเว็บนี้จะดีเว็บไว้ใจได้ โรงแรมระดับ 3 ดาว ราคาเริ่มต้นที่  2,400 บาท ถ้าชอบแบบที่พักแบบได้สัมผัสความเป็นฝรั่งเศสแท้ๆก็เลือกจองที่ airbnb.com ราคาเริ่ม 1,300 บาทต่อคืนในปารีส

– เที่ยวปารีส Paris พักที่ไหนดี แนะนำย่านเด่น โรงแรมฮิต เดินทางสะดวก ปลอดภัย ราคาไม่แรง

 

ค่าเดินทางต่างๆ

Photo by torbakhopper from flickr.com/photos/gazeronly/14963873398/ [CC by-sa 2.0]

ระบบการขนส่งสาธารณะของฝรั่งเศสถือว่าดีมากๆ ไปไหนมาไหนสะดวกสุดๆที่เที่ยวแต่ละแห่งส่วนจะสามารถเดินทางเข้าถึงได้ด้วยรถไฟ ถ้าโซน 1-3 จะเน้นใช้รถไฟใต้ดินที่ราคาตั๋วต่อ 1 ใบ จะอยู่ที่ราคา 74 บาท แบบ 10 ใบจะอยู่ที่ 563 บาท แต่ถ้าคิดว่าน่าจะต้องเดินทางออกไปชานๆเมืองต้องใช้รถไฟ RER  ราคาจะขึ้นอยู่กับระยะทาง เริ่มตั้งแต่ 70 – 427 บาทต่อเที่ยว ถ้าซื้อแบบตั๋วชุดจำนวน 10 ใบ ราคาจะถูกขึ้นประมาณ 20% ถ้ามีแพลนจะอยู่ปารีสอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์แล้วแพลนเที่ยวแน่นๆใช้บัตร Navigo Decouverte ก็คุ้มมาก เพราะราคา 884 บาทต่อสัปดาห์ ที่เดินทางแบบไม่จำกัดเที่ยวทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟ RER รถบัสและรถราง แถมครอบคลุมการเดินทางไปสนามบินและสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่ มีข้อจำกัดอยู่เวลาหมดอายุของบัตรจะสิ้นสุดในเที่ยงคืนวันอาทิตย์ไม่ว่าจะซื้อวันใดก็ตาม ฉะนั้นซื้อต้นสัปดาห์อย่างวันจันทร์คุ้มสุดแล้ว

– เปรียบเทียบ 3 พาสท่องเที่ยวยอดฮิต ของกรุงปารีส

– รวมข้อมูลตั๋วและบัตรเดินทางต่างๆในปารีส

– รวมข้อมูลวิธีการเดินทางทุกแบบในกรุงปารีส

 

 

ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว

อยู่ที่แพลนการเที่ยวว่าจะเน้นตะลุยเที่ยวแบบครบทุกที่ แบบมาครั้งเดียวแล้วต้องเก็บให้หมดรึเปล่า ปกติแล้ว ที่เที่ยวอย่าง พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ค่าเข้าชมก็ตกคนละ 582 – 660 บาท ซื้อเป็นบัตร Paris Pass ที่ครอบคลุมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 60 แห่ง รวมไปถึงระบบขนส่งสาธารณทุกชนิดแบบไม่จำกัดเที่ยวภายในโซน 1-3 ราคาบัตรแบ่งตามจำนวนวันนั่นคือ 2, 3, 4 และ 6 วัน ราคาเริ่มต้นที่ 5,200 – 9,200 บาท แต่ถ้ามองดูแล้วอยากไปแบบประหยัดเน้นเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆกันเดินเยอะก็ไม่มีปัญหาก็เน้นซื้อบัตรเป็นรายที่แล้วเดินเอา แต่ก็จะมีข้อเสียตรงเที่ยวต่อวันได้น้อย เหนื่อยมากหน่อยและอาจต้องรอคิวเข้าแถวที่ฮิตๆนานนิดนึง แต่เพื่อประหยัดงบก็อาจจะคุ้มค่า

 

ค่ากินอยู่

Photo by Tom Hilton from commons.wikimedia.org/wiki/File:Cafe_de_Flore,_Paris_4_June_2015.jpg [CC by-sa 4.0]

ด้วยความที่เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงก็หลีกเลี่ยงค่าอาหารแพงๆได้ยาก อาหารฝรั่งเศสส่วนมากจะเป็นแบบคอร์ส ราคาเป็นหลักพันบาทขึ้นไป ซึ่งแพงมากถ้าทานแบบนี้ทุกวันติดกันแค่วันละมื้อ 7 วัน ก็เป็นหลักหมื่นแล้ว แต่ก็สามารถหาร้านอาหารเล็กๆราคาไม่แพงที่ตกมื้อละ 3-4 ร้อยบาทได้ แล้วก็สามารถซื้อพวกแซนวิชหรือครัวซอง ที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อได้ตามร้านคาเฟ่ เบเกอรี่ทั่วไปราคาย่อมเยา ประมาณ 100-250 บาท ซึ่งชิ้นใหญ่ยักษ์พอจะกินให้อิ่มได้คนสองคนเลย หรือพวกร้านฟาสฟู้ดแบบ Mcdonald, KFC ก็ได้ไว้กินสลับๆกับบางมื้อที่อาจจะแพงไปบ้างจะได้ไม่เกินงบที่ตั้งใจ ส่วนค่าน้ำนี่ถือว่าหายห่วงเพราะระบบน้ำประปาที่ฝรั่งเศสสามารถดื่มได้ แต่พกขวดเปล่าไว้เต็มก็พอเพียงแค่ระวังนิดนึงในบางที่จะมีป้ายเตือนว่า eau non potable นั่นคือตรงนั้นไม่สะอาดพอจะดื่มได้1

 

สรุปรวบยอด

งบประมาณรวมสำหรับการวางแผนไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสด้วยตัวเองโดยเน้นเที่ยวปารีส 7 วัน 6 คืน แบบประหยัดๆแบบต่อเครื่องนอนโฮสเทลก็คนละ ประมาณ 50,000 บาท ไม่รวมค่าช็อปิ้งของฝาก ถ้าบินตรงนอนสามดาวก็น่าจะตกอยู่คนละ 70,000 บาทไม่รวมค่าช็อปปิ้งหรือของฝากใดๆ อันนี้แค่ลองคำนวณคร่าวๆตามจำนวนวันถ้ามากกว่านี้ก็บวกๆเพิ่มเอา ค่าช็อปปิ้งและของฝากอีกต่างหาก ขึ้นอยู่กับความหรูของแบรนด์ที่ซื้อเลย และถ้าใครคิดว่าได้ไปแต่ประหยัดหน่อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ไป อาจจะเลือกไปแค่ 4-5 วัน เที่ยวแบบประหยัดๆ หาเที่ยวบินได้ถูก นอนถูกๆ กินถูกๆ เน้นเดินเที่ยวเอา เลือกเที่ยวแบบฟรีๆและเสียตังเข้าที่เที่ยวแค่บางแห่งก็พอ อย่างงี้ก็สามารถไปเที่ยวฝรั่งเศสได้ในงบไม่เกิน 4 หมื่นบาทแน่ๆ ซึ่งก็น่าจะเป็นทริปที่สนุกได้เหมือนกันนะ เอาจริงๆแล้วไปฝรั่งเศสไม่ได้แพงจนเกินเอื้อมอย่างหลายๆคนคิด แค่รู้จักวางแผนเยอะๆนานๆติดตามโปรโมชั่นสม่ำเสมอก็สามารถไปเที่ยวบินดีๆในราคาแสนจะถูกคุ้มค่าได้


Exit mobile version