แนะนำทริป 3 วัน 2 คืน ที่เจแปนเที่ยวไหนได้บ้าง

บทความนี้เป็น Advertorial Content เนื้อหา ข้อมูล และรูปภาพทั้งหมดมาจากผู้สนับสนุน เว็บไซต์นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบใดๆ

สำหรับใครที่อยากเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสั้นๆกันที่ญี่ปุ่น แต่ยังไม่รู้จะไปที่ไหนดี เพราะด้วยเรื่องของระยะเวลาและการจัดแพลนการท่องเที่ยวแล้วละก็ วันนี้ Traveloka ขอพาทุกคนไปเที่ยวกันดูว่า 3 วัน 2 คืน ที่เจแปนนี้ เราสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง โดยขั้นตอนแรกของการเดินทางไปท่องเที่ยวก็พลาดไม่ได้เลยกับการจองตั๋วเครื่องบินเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถจองผ่าน Traveloka ได้ง่ายๆ แถมยังได้ราคาที่สุดแสนจะประหยัด และยังโอนจ่ายง่ายอีกด้วย ใครกดจองตั๋วเสร็จแล้วก็ไม่รอช้าไปตะลุยเจแปนกับเราได้เลย

 

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ราคาโปรโมชั่น คลิกที่นี่

 

เริ่มต้นการเดินทางไปเที่ยวเจเเปนด้วยการจองตั๋วเครื่องบินไปลงที่สนามบินนาริตะ เพื่อเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่เมืองโตเกียว ที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก และยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี รวมไปถึงแหล่งช้อปปิ้งต่างๆมากมาย นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกับตัวเมืองหลากหลายแห่ง ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวที่ต่างพากันเดินทาง เพื่อมาเยี่ยมชมความงดงามและสนุกสนานไปกับการชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโตเกียวโดยรอบ ซึ่งวันนี้เราก็จะขอพาทุกคนไปดูกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่คุณสามารถเดินทางได้อย่างง่ายดาย ภายในเวลา 3 วัน 2 คืนเท่านั้น ว่าแล้วก็ไปลุยกับสถานที่แรกกันเลย

 

โตเกียวดิสนีย์ซี รีสอร์ท

มาเริ่มสถานที่แรกที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนมานั้นก็คือ โตเกียวดิสนีย์ซี รีสอร์ท ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขวัญใจของใครหลายๆคน ที่ต้องบอกก่อนเลยว่าดิสนีย์แลนด์ของแต่ละประเทศอาจจะมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยแต่ที่ ญี่ปุ่นแห่งนี้ ต้องบอกเลยดิสนีย์แลนด์ของที่นี่ไม่เหมือนใคร เพราะที่นี่จะมีในส่วนของดิสนีย์ซีที่ไม่เหมือนกับที่ไหน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากัน

โดยภายในโตเกียวดิสนีย์ ซีแห่งนี้จะแบ่งออกด้วยกันเป็น 7 โซนด้วยกัน นั้นก็คือ

 

โซนที่ 1 Mediterranean Harbor

ในโซนแรกจะมีบรรยากาศคล้ายกับคลองในเวนิสอิตาลี และจะมีเรือกอนโดล่า ที่สุดแสนจะโรแมนติกล่องไปตามบริเวณอาคารสไตล์ยุโรปโดยรอบ ซึ่งภายในอาคารต่างๆก็จะมีทั้งร้านขายของและร้านอาหารที่มาในธีมอิตาเลี่ยนอีกด้วย นอกจากนี้ในช่วงบ่ายและช่วงหัวค่ำจะมีการแสดงโชว์พาเหรดบนน้ำที่จะเต็มไปด้วยแสงสีเสียง และเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์มากมายมาร่วมเดินขบวนให้คุณน้องๆหนูๆได้ชื่นชมกันอย่างตื่นตาตื่นใจ

โดยในโซนแรกนี้ก็จะมีร้าน Mamma Biscotti’s Bakery ซึ่งเป็นร้านขนมปังโฮมเมด ที่ทำสดใหม่ร้อนๆทำให้มีกลิ่นที่หอมกรุ่นจากเตา โดยเมนูเด็ดของที่นี่นั้นก็คือ ขนมปังรูปมิกกี้เม้าส์ที่มีรูปทรงน่ารัก ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว

 

โซนที่ 2 American Waterfront

เป็นโซนที่ถูกจำลองมาในสไตล์อเมริกัน ที่เรียกได้ว่าโซนนี้เป็นแหล่งที่คนส่วนใหญ่นิยมมาชุมนุมกันที่บริเวณนี้ ซึ่งจะมีvillage greeting place ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเช่าถ่ายรูปได้ฟรีที่บริเวณนี้อีกด้วย และนอกจากจุดนี้จะเป็นจุดที่คนนิยมมานัดเจอตรงบริเวณนี้แล้วนั้น ยังเป็นโซนที่มีเครื่องเล่นอย่าง Toy Story Mania ที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเล่นยอดฮิตและยังมีปราสาท Tower of Terror ซึ่งเป็นบ้านผีสิงแบบ 4D อีกด้วย

 

โซนที่ 3 Port Discovery

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://bit.ly/2Ljwx49

โซนนี้ถือได้ว่าเป็นโซนที่มีขนาดเล็กที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากที่บริเวณโซนแห่งนี้จะมีเครื่องเล่นอยู่เพียง 3 ชนิดเท่านั้น ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมมาเดินเล่นบริเวณนี้ในช่วงเวลาชิวๆ เพราะโซนนี้จะไม่ค่อยมีคนเยอะมากเท่าไหร่ทำให้ไม่ต้องต่อคิวรอนานมากนัก

  • Storm Rider
  • Aquatopia
  • Disney Sea Electric Railway (เป็นรถไฟที่วิ่งมาตั้งแต่โซนAmerican Waterfront )

 

โซนที่ 4 Lost River Delta

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://bit.ly/2XLysQL

มาต่อกันที่โซนที่ 4 เป็นโซนผจญภัยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจินตนาการ ในภาพยนตร์ เรื่อง Indiana Jones ทำให้ที่บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เป็นทั้งแฟนคลับภาพยนต์เรื่องนี้ และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแนวผจญภัย ซึ่งจุดเด่นหลักๆของโซนนี้จะมี

  • Indiana Jones Adventure Temple of The Crystal Skull
  • Ragging Spirits
  • Mickey & friends Greeting Trail
  • Saludos Amigos

 

โซนที่ 5 Arabanian Coast

อีกหนึ่งโซนยอดนิยมของที่นี่นั้นก็คือ โซนที่ 5 ซึ่งเป็นโซนที่ถูกตกแต่งออกมาในบรรยากาศแบบทะเลอาหรับที่รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องอะลาดิน โดยภายในโซนแห่งนี้จะเป็นเครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กทั้งหมด หรือหากใครที่ชื่นชอบความน่ารักใสๆฟรุ้งฟริ้งก็สามารถมาเล่นได้ที่โซนนี้เลย

 

โซนที่ 6 Mermaid Lagoon

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://bit.ly/32rUwn1

โซนที่ 6 เป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง The Little Mermaid ที่เรียกได้ว่าโซนนี้เป็นอีกหนึ่งโซนที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เพราะเครื่องเล่นส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก แถมยังมีบริเวณจุดถ่ายรูปกับนางเหงือกสาวแอเรียล อีกด้วย ทำให้ที่บริเวณโซนนี้จะมีคนมาชุมนุมเยอะเลยทีเดียว

 

โซนที่ 7 Mysterious island

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://bit.ly/2Lg1cj3

มาถึงโซนสุดท้ายกันที่โซนที่ 7 ซึ่งเป็นโซนที่ถูกตกแต่งออกมาในแนววิทยาศาสตร์ ที่มีความสวยงามและความอลังการอย่างมาก โดยภายในโซนนี้จะมีเครื่องเล่นด้วยกันทั้งหมด 2 ชนิด ที่ต้องบอกเลยว่ามีเพียงแค่สองชนิดแต่อาจจะต้องใช้เวลาอยู่ที่โซนนี้ครึ่งค่อนวันเลยทีเดียว เพราะที่บริเวณโซนนี้มีความสวยงามเป็นอย่างมาก หากใครมาที่ดิสนีย์ซีก็ไม่ควรพลาดกับโซนนี้เลย

วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟ JR โตเกียวไปยังโตเกียวดิสนีย์แลนด์ โดยใช้เวลา 15 นาที

 

ตลาดปลาซึกิจิ

ตลาดปลาซึกิจิ เป็นสถานที่ที่ใครเดินทางมาที่ญี่ปุ่นก็ไม่ควรพลาดกับสถานที่นี่เลย เนื่องจากภายในตลาดปลาแห่งนี้จะเต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ ที่รับประกันคุณภาพได้เลยว่าดีเยี่ยมแน่นอน หากใครที่ชื่นชอบอาหารทะเลสดๆแล้วละก็สามารถมาเที่ยวชมได้ที่ตลาดปลาแห่งนี้เลย นอกจากนี้ยังมีในส่วนของร้านค้าและร้านอาหารมากมาย อาทิเช่น ร้านทามาโกะ หรือร้านไข่หวานที่ทุกคนต่างรู้จักกันดี เนื่องจากร้านนี้เป็นร้านที่เปิดมานานแถมยังมีรสชาติที่อร่อยจนใครต่อใครต้องกลับมารับประทานอีก

นอกจากนี้ยังมีร้านรวงอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อเลือกหากันได้ตามใจชอบ และเมนูที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทานกันนั้นก็คือ อูนิ หรือ ที่เรารู้จักกันว่าไข่หอยเม่นที่ต้องบอกเลยว่าที่ตลาดแห่งนี้อูนิสดมากแทบจะไม่มีความคาวเลย รวมไปถึงหอยนางรมขนาดใหญ่ที่ใครมาก็ไม่ควรพลาดที่จะลองเด็ดขาด

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟTokyo Metro ไปลงสถานี Tsukijishijo (E-18) ทางออก A1

 

 

คาวากุชิโกะ

มาต่อกันที่แลนด์มาร์กเด็ดของประเทศญี่ปุ่นอย่าง คาวากุชิโกะ เมืองยามานาชิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใครหลายคนเดินทางมาเพื่อชื่นชมความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงทะเลสาบทั้ง 5 ที่โอบล้อมภูเขาไฟจนเกิดออกมาเป็นภาพที่สวยงาม ยิ่งถ้าหากใครที่เดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะสามารถมาเชยชมความสวยงามของดอกซากุระได้อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ว่าจะมาหน้าไหนก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ที่ คาวากุชิโกะแห่งนี้

วิธีการเดินทาง : JR TOKYO Wide Pass ใช้ขึ้นรถไฟได้ฟรีตลอดสายจาก Shinjuku จนถึงสถานี Kawaguchiko

 

 

ชิบูย่า

ถ้าพูดถึงการช้อปปิ้งคงหนีไม่พ้นที่ชิบูย่าแห่งนี้ เพราะที่นี่ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแบรนด์เนม รวมไปถึงร้านค้าต่างๆก็สามารถมาเดินเลือกชมได้ที่ย่านแห่งนี้เลย และนอกจากที่นี่จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังแล้ว ยังเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ไม่ว่าใครเดินทางมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นก็ต้องเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ นั้นก็คือบริเวณ ห้าแยกชิบูย่า ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของย่านชิบูย่านี้เลยก็ว่าได้

หลังจากเดินช้อปปิ้งในย่านชิบูย่ากันมาจนเหนื่อยแล้ว ก็เดินทางมาหาอะไรทานรองท้องกันต่อที่ ร้านไคเตงซูชิ หรือที่เรียกกันว่าร้านซูชิสายพาน ซึ่งภายในร้านแห่งนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณตัวห้างDining Plaza ชั้น 8 เป็นร้านเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยคุณภาพและราคาที่ย่อมเยาว์ ทำให้ร้านแห่งนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจของทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ แถมที่ร้านแห่งนี้ยังมีบริการ เบียร์สดให้ลูกค้าได้รับประทานฟรีอีกด้วย

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟTokyo Metro ไปลงสถานี Shibuya

 

 

พระราชวังอิมพิเรียล

พระราชวังอิมพิเรียล ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองโตเกียวที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากภายในพระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมกัน โดยในการเดินทางมาเยี่ยมชมที่พระราชวังแห่งนี้จำเป็นต้องทำการจองล่วงหน้า หรือ สามารถเดินทางมาจองรอบการเข้าชมพระราชวังได้ทางด้านหน้าทางเข้า ซึ่งในการเข้าไปเยี่ยมภายในตัวพระราชวังนั้นจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คอยนำทางเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและความเป็นมาของพระราชวังแห่งนี้ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบทั่วกัน

แต่หากใครที่พลาดรอบการเข้าชมหรือไม่อยากที่จะรอนานแล้วละก็ สามารถมาเดินเยี่ยมชมบริเวณสวนทางด้านฝั่งตะวันข้างๆกับบริเวณพระราชวังได้ ซึ่งบริเวณโซนนี้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นตัวพระราชวังและยังสามารถเดินชื่นชมความสวยงามของสวนในสไตล์ญี่ปุ่นโดยรอบพระราชวังได้

นอกจากนี้บริเวณรอบพระราชวังยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถไปเดินเล่นและถ่ายรูปได้อย่างสนุกสนานกันที่บริเวณสวนสาธารณะโคเคียวไกเอ็น ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก แถมยังมีสะพานทรงโค้งนิจูบาชิ และลานน้ำพุดาคุระกลางเมืองโตเกียว ให้นักท่องเที่ยวได้มาเพลิดเพลินและสนุกสนานไปกับการเดินชมความสวยงามโดยรอบพระราชวังอีกด้วย

วิธีการเดินทาง : ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที จาก Tokyo Station

 

 

วัดเซนโซจิ

ก่อนจะเดินทางกลับเราก็ขอเดินทางมาไหว้พระกันที่วัดเซนโซจิ ซึ่งเป็นวัดชื่อดังในย่านอาซากุสะ โดยภายในตัววัดแห่งนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่โคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ด้านหน้าประตูวัด ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางกันมาที่วัดแห่งนี้ ซึ่งการเดินทางมากราบไหว้พระที่วัดแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมาขอในเรื่องของการงาน การเงิน สุขภาพ และการเดินทาง และนิยมมาซื้อเครื่องราง เพื่อนำมาไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

เมื่อไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาเดินหาของอร่อยๆทานกันที่บริเวณด้านหน้าวัดซึ่งจะมีร้านรวงต่างๆมากมายเปิดขายสินค้าและของฝากมากมาย รวมไปถึงขนมญี่ปุ่นที่หน้าตาน่ารับประทานให้นักท่องเที่ยวได้มาลองชิมกันได้อย่างเต็มที่

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟTokyo Metro ไปลงสถานี Asakusa

 

หมดไปแล้วกับ 3 วัน 2 คืนที่เจแปนเที่ยวไหนได้บ้าง ที่หากใครมีเวลาน้อยและอยากหาเวลามาพักผ่อนหย่อนใจคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน มาพักผ่อนแบบสนุกสนานก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ที่ญี่ปุ่นแห่งนี้เลย เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆแต่การได้เดินทางมาพักผ่อน จะช่วยทำให้เรามีไฟในการทำงานเพิ่มมากขึ้น หากใครที่กำลังหมดแรงบันดาลใจในการทำอะไรก็แล้วลองหาวันว่างๆออกมาเดินทาง เพื่อหาไฟในการทำงานกันต่อไปนะคะ


บทความนี้เป็น Advertorial Content เนื้อหา ข้อมูล และรูปภาพทั้งหมดมาจากผู้สนับสนุน เว็บไซต์นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบใดๆ
Exit mobile version