มกราคม 2012
อา พฤ
« พ.ค.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  
พื้นที่โฆษณา
225x225 pixel

“ตะลอนเที่ยว” ยินดีต้อนรับ สู่การเที่ยวแบบสบายๆ

 

การท่องเที่ยวหรือการได้เที่ยว 

 

เปรียบเสมือนการได้เดินทางออกไปแสวงหาบางสิ่งบางอย่าง เผชิญกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา วิถีชีวิตของผู้คน

 

ทั้งยังได้สัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ตื่นตาตืนใจที่เราไม่เคยไปไม่เคยเห็น พร้อมทั้งสูดกลิ่นอายของธรรมชาติ การท่องเที่ยวหรือการได้เที่ยว เป็นการเปิดหูเปิดตา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการพักผ่อนให้กำไรชีวิตของเรานั้นเอง..


การท่องเที่ยว มีหลายรูปแบบ เช่น ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงนิเวศ เชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพ และเชิงธุรกิจ

 

ในส่วนของ ตะลอนเที่ยว มีจุดประสงค์ให้คนได้ออกมาเที่ยว ออกมาสู่โลกกว้าง หาสิ่งแปลกใหม่ เปิดโลกและมุมมองแคบๆของตัวเอง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งกันและกัน..หวังว่านักเที่ยวทั้งหลายคงให้กำไรชีวิตกับตัวเองและครอบครัวกันนะครับ...

 

ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยว..

 

ขอบคุณครับ

 

"ตะลอนเที่ยว"

Share

ปล่อยของ โต้คลื่น รื่นรมย์ เที่ยว“ภูเก็ต” หลากสไตล์ หลายอารมณ์

หาดกะตะ งดงามด้วยน้ำทะเลใสๆ หาดทรายสวยๆ
       พอบอกใครต่อใครว่ากำลังจะล่องใต้ไปเที่ยว “ภูเก็ต”
       
       หลายคนถึงกับเอ่ยปากว่าไปอีกแล้วเหรอ จังหวัดภูเก็ตมีอะไรดี ที่น่าเที่ยวมากนักหรือไง??
       
       “ตะลอนเที่ยว” ตอบกลับทุกคนไปว่าจังหวัดภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้ที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหล มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติอันงดงามอย่างท้องทะเล แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้นมามากมายและหลากหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ ตามความชอบของแต่ละคน แถมยังสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การเดินทางก็สะดวกสบาย มีที่พักสวยๆ และแสนสบายให้ได้พักผ่อน

 
วัดฉลอง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวภูเก็ต
       จึงไม่แปลกที่หากว่าเมื่อมีวันหยุดยาวๆ เมื่อไหร่ และนึกที่อยากจะไปออกทริปเที่ยวยังต่างจังหวัดไกลๆ กรุงเทพฯ “ตะลอนเที่ยว” ก็มักจะนึกที่อยากจะมาเที่ยวภูเก็ต ที่สามารถตอบสนองความต้องการในการออกเที่ยวที่มีสไตล์อันหลากหลาย และเลือกที่จะได้เที่ยวตามอารมณ์ ตามใจปรารถนา

 
พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ของหลวงพ่อแช่ม
       ในทริปนี้เราก็เก็บกระเป๋าออกเดินทางเหิรฟ้าจากกรุงเทพฯ มากับนกเหล็กยักษ์ของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัด ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะ แล้วทันทีที่ออกจากสนามบิน โปรแกรมทัวร์ภูเก็ตแบบเที่ยวตามใจก็เริ่มขึ้นทันที เราเลือกที่จะไปเปิดทริปเที่ยวแบบอิ่มบุญ ไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องหนีไม่พ้นการไปไหว้พระขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ชาวภูเก็ตนับถือเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ การไปกราบสักการะหลวงพ่อแช่มที่ “วัดฉลอง” หรือ “วัดไชยธาราม” เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองภูเก็ต และเป็นศูนย์รวมจิตใจความศรัทธาของชาวภูเก็ต

 
พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ
       วัดฉลองแห่งนี้มีบรรยากาศที่คึกคักตลอดเวลา เพราะมีผู้คนจำนวนมากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างพากันมากราบขอพรหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังงาม และพากันเสี่ยงเซียมซีเสียงดังก้องโบสถ์ไปหมด และหากเดินอ้อมองค์พระมาด้านหลังก็จะได้เห็นพิพิธภัณฑ์ของหลวงพ่อแช่ม เป็นห้องกระจกเล็กๆ ภายในมีรูปหล่อหลวงพ่อ และมีข้าวของเครื่องใช้ของท่านจัดแสดงไว้

 
ลีลาของเด็กน้อยในการเล่นกระดานโต้คลื่น
       พอกราบขอพรพระจากโบสถ์เสร็จแล้ว ก็ไปสักการะหุ่นขี้ผึ้งขององค์หลวงพ่อทั้ง 3 กันต่อที่ประดิษฐานอยู่ในกุฏิจำลองหลวงพ่อแช่ม ภายในเป็นห้องแอร์เย็นสบาย มีหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนของหลวงพ่อทั้ง 3 องค์ที่งดงามและเสมือนองค์ท่านจริงๆ ให้ได้กราบกัน และภายในวัดยังมีวิหารหลวงพ่อเจ้าวัด มีพ่อท่านเจ้าวัด รูปปั้นท้าวนนทรีและตาขี้เหล็กที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ไหว้ขอพร มีพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ ที่ภายในประดิษฐานพระธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกาให้ได้กราบสักการะ และมีรูปปั้นพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้ได้ชมกัน

 
นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับการเล่นกระดานโต้คลื่น
       เราได้เดินเที่ยวที่วัดฉลองจนรู้สึกอิ่มเอิบใจมากแล้ว ก็ออกเดินทางไปเที่ยวกันต่อโดยขอฉีกอารมณ์จากที่เที่ยวแบบสงบจิตสงบใจ ไปเป็นไปเที่ยวแบบสนุกสนานและผ่อนคลายไปกับความสวยงามของท้องทะเลสวยๆ น้ำทะเลใสๆ และหาดทรายขาวสะอาด ยัง “หาดกะตะ” เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภูเก็ต หาดกะตะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือหาดกะตะ และกะตะน้อย เป็นชายหาดที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบความวุ่นวายมากนัก เป็นหาดที่มีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นเตยทะเลและต้นสนทะเลน้อยใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมชายหาดเต็มไปหมด

 
ท่าทางอันโลดโผนของนักโต้คลื่น
       หาดกะตะเป็นชายหาดที่สวยงาม เหมาะที่จะมาพักผ่อน นอนอาบแดด นั่งชมวิวทะเลสวยๆ หรือจะเดินเล่นบนหาดทรายที่มีเม็ดทรายสีขาวละเอียดเดินนุ่มเท้า สบายอารมณ์มากๆ แถมน้ำทะเลของที่นี่ก็ใสสะอาดเป็นสีฟ้าคราม เชิญชวนให้ลงเล่นน้ำทะเลเป็นอย่างมาก ซึ่งที่หาดกะตะแห่งนี้มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกเล่นมากมาย และช่วงนี้ก็เป็นช่วงฤดูการเล่นกระดานโต้คลื่นของภูเก็ต

 
ลีลาอันสวยงามของนักโต้คลื่น
       เราได้เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย มาเล่นกระดานโต้คลื่นที่หาดนี้กัน รวมถึงบนหาดยังมีร้านให้เช่ากระดานโต้คลื่นไปเล่นด้วย งานนี้เราเลยขอลองเล่นกระดานโต้คลื่นดูสักครั้ง การเล่นกระดานโต้คลื่น (surfboard) คือการเอากระดานที่มีลักษณะแคบและยาว เล่นไปบนเกลียวคลื่น โดยเราจะต้องยืนทรงตัวบนแผ่นกระดานให้ได้ แล้วให้คลื่นหมุนพาเคลื่อนตัวไป สร้างความสนุกสนาน ท้ายทาย หวาดเสียว และมันส์ในอารมณ์แบบบอกไม่ถูก

 
นักโต้คลื่นนิยมมาเล่นกระดานโต้คลื่นที่ทะเลภูเก็ต
       ที่หาดกะตะจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ มีทั้งมือสมัครเล่นและแบบมืออาชีพนิยมมาโชว์ลีลาการโต้คลื่นให้ได้ชมกัน ซึ่งในช่วงเดือนนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน ถือว่าเป็นฤดูกาลเล่นกระดานโต้คลื่นของที่ภูเก็ต ซึ่งสามารถไปเล่นกันได้ที่หลายหาด อาทิ หาดป่าตอง หาดกะหลิม หาดกมลา

 
กระดานโต้คลื่นเป็นกิจกรรมทางน้ำที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่น
       และในปีนี้ที่หาดกะตะ ได้มีการจัดการแข่งขันกระดานโต้คลื่นด้วย ชื่องาน “Quiksilver Thailand Surf Competition 2011” เป็นการแข่งขันกระดานโต้คลื่นนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 21-24 ก.ย. นี้ หากใครอยากมาชมการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสนุกสนาน พร้อมกับมาลองเล่นกระดานโต้คลื่นบ้างก็เชิญชวนมาได้เลย เพราะเกลียวคลื่นสีขาวและกระดานโต้คลื่นรอให้มาสนุกสนานกันอยู่

 
บนชายหาดมีร้านให้เช่าเล่นกระดานโต้คลื่น
       หลังจากที่ได้สนุกสุดมันส์กับการเล่นกระดานโต้คลื่นที่หาดกะตะจนเหน็ดเหนื่อยพอกำลัง พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เราก็กลับมาที่โรงแรมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อที่จะได้ออกไปเที่ยวตระเวนราตรียามค่ำคืนของภูเก็ตกัน โดยตรงดิ่งมาที่ “ถนนบางลา” หาดป่าตองกัน เพราะที่นี่ถือว่าเป็นถนนแห่งความบันเทิงที่มีชื่อเสียงมากของภูเก็ต มีเสน่ห์ยามราตรีอันน่าหลงใหลสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเที่ยวกลางคืน เพราะตลอดเส้นทางของถนนมีร้านอาหาร ผับ-บาร์ ร้านขายสินค้านานาชนิด ให้ได้เลือกเข้าไปนั่งดื่ม นั่งกินอาหาร และเลือกซื้อสินค้าสารพันที่มีขายอยู่มากมาย

 
สีสันของถนนบางลา ป่าตอง
       ถนนบางลาในวันนี้ยังคงคึกคักไม่สร่างซา นักท่องเที่ยวมีทั้งมาเดินเล่นและมานั่งดื่ม นั่งกินหาความสุขความสำราญรื่นเริงใจกับความบันเทิงมากมายที่ร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในถนนบางลายินดีหยิบยื่นความสุขให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาเยือนเราได้แต่เพียงแค่เดินเล่น ซึมซับบรรยากาศแบบเพลินๆ ของถนนบางลาก็อิ่มสุขเพียงพอแล้ว เพราะว่ายังมีที่ให้ไปตระเวนราตรีกันต่อแบบได้ไปสัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ตกัน

 
ตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีสอันงดงามยามค่ำคืนที่ซอยรมณีย์
       เป็นการไปเดินชมบ้านเรือนสมัยเก่าแก่ของคนภูเก็ตที่ “ถนนถลาง” ซึ่งที่นี่มีตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสอันสวยงามให้ได้ยล แต่อันที่จริงเราก็เคยมาชมความงามของที่นี่ในช่วงกลางวันกันมาแล้ว แต่พอได้มาเห็นตึกเก่าในยามค่ำคืนที่มีแสงไฟสีเหลืองนวลสาดส่องไปที่ตัวตึกสีสวยๆ ก็งดงามตาไปอีกแบบ และเราก็ยังไปชมตึกเก่าที่ “ซอยรมณีย์” ซึ่งปกติแล้วยามราตรีที่นี่เมื่อก่อนมีสีสันมากกว่านี้ เพราะมีร้านเหล้า ร้านบาร์เก๋ๆ มาเปิดกัน แต่ในวันนี้กลับไร้ผู้คน ร้านรวงต่างๆ ปิดตัวลงไปเยอะ สอบถามคนแถวนั้นได้ความว่าเพราะคนนิยมมาเที่ยวกินดื่มที่นี่กันน้อยลง โดยไปเที่ยวที่อื่นกันเสียมากกว่า จึงทำให้ที่นี่เงียบเหงาไปถนัดตา

 
เสื้อผ้าและของที่ระลึกมีขายที่หลาดปล่อยของ
       เอาล่ะเดินชมตึกสวยๆ กันไปแล้ว คราวนี้ไปเดินเที่ยว เดินช้อปของเก๋ๆ มีไอเดีย กันที่ถนนคนเดินแห่งใหม่ของภูเก็ตกันดีกว่า มีชื่อเก๋ไก๋ว่า “หลาดปล่อยของ” (หลาด ก็คือ ตลาด) ตั้งอยู่ตรงลานเพลิน Lime Light Avenue ถนนทางเข้าโซฟาผับและเลมอนกราส ที่นี่เป็นถนนคนเดินสำหรับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว มาเดินเที่ยวกันได้ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เปิดให้เดินตั้งแต่ 16.00-22.30 น.
       
       หลาดปล่อยของ ที่นี่ถือว่าเป็นตลาดที่มีคอนเซ็ปต์ มีไอเดียดี ถึงแม้ว่าร้านค้าที่มาเปิดขายของจะยังไม่เยอะมากนัก แต่ก็มีของเก๋ไก๋ ไอเดียเลิศๆ ให้ๆได้เลือกซื้อหากันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสกรีนลายเท่ๆ คำเก๋ๆ กระปุกออมสินล้มลุก กระเป๋าผ้าตัดเย็บเองแบบเก๋ๆ รองเท้าเพ้นท์ลายแฮนด์เมด เสื้อผ้าแฟชั่นแนวๆ ของมือสองมากมายก็มีมาขาย หากเดินแล้วหิวก็มีร้านขายอาหารให้เลือกอิ่มอร่อยตามใจชอบ แล้วก็ยังมีเยาวชนมาทำการปล่อยของ แสดงความสามารถทางดนตรี เล่นเพลงเพราะๆ ให้ได้ฟังแบบเพลิดเพลินจำเริญจิต

 
เด็กๆ มาปล่อยความสามารถทางดนตรีที่หลาดปล่อยของ
       เรียกได้ว่าการมาเที่ยวภูเก็ตทริปนี้ “ตะลอนเที่ยว” ได้ไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลาย ได้เที่ยวตามสไตล์ ตามอารมณ์ที่ใจอยากไปแบบครบรสชาติ ซึ่งหากใครใคร่ชอบเที่ยวแบบไหน “ภูเก็ต” ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้ดีเลยทีเดียว
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       ปัจจุบันการเดินสู่ภูเก็ตด้วยสายการบินราคาประหยัดนับว่าได้รับความนิยมอย่างสูง โดยหนึ่งในสายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯสู่ภูเก็ตก็คือ สายการบินนกแอร์ ซึ่งผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง หรือดูข้อมูลการเดินทางได้ที่ www.nokair.com หรือสอบถามที่ Call Center 1318

ร้านอาหารมายดรีม
 

 

Share

พายเรือเที่ยวถ้ำ เจ้าไหม-เจ้าคุณ เพลินเสน่ห์สีสันทะเลตรัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เพียงความสวยใสของน้ำทะเลและบรรยากาศหาดทรายสีขาวชวนหลงใหล อีกหลากหลายรูปแบบการพักผ่อนทั้งความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตชุมชน สถาปัตยกรรม ฯลฯ ยังพร้อมเติมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวคุ้มค่าที่ จังหวัดตรัง
   
พายเรือเที่ยวถ้ำ อีกหนึ่งบรรยากาศพร้อมแนะนำให้รู้จักกับที่นี่ที่มีเสน่ห์ไม่ต่างจากการเที่ยวทะเลดำน้ำชมปะการัง ซึ่งหลังจากผ่านสีสันอาหารเช้าที่มีเอกลักษณ์ตามแบบชาวตรังกันแล้วก็ได้เวลาลงเรือชมความงามผืนป่าโกงกาง สีสันพรรณไม้ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมถึงความงามของ ทะเลใน ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในบริเวณคลองจระเข้ขาว 
   
อีกทั้งในเส้นทางนี้ไม่ไกลจากกันยังสามารถพายเรือเที่ยวต่อไปยัง ถ้ำเจ้าไหม- ถ้ำเจ้าคุณ ชมความงามของถ้ำหินได้อีกด้วย
   
ถ้ำงามตามธรรมชาติที่มีเสน่ห์แห่งนี้ในการเดินทาง หลังจากนั่งเรือใหญ่จากหาดยาวไปยังคลองเจ้าไหม จากนั้นเปลี่ยนถ่ายลง
เรือเล็กพายลัดเลาะไปตามลำน้ำ
   
เรือแต่ละลำจะมีผู้โดยสารรวมผู้พาย 4 ที่นั่ง ระหว่างเส้นทางสัมผัสได้ถึงความสงบร่มรื่น ธรรมชาติสองฝั่งน้ำชวนหลงใหล มีต้นโกงกางน้อยใหญ่ ผลิใบเขียวเป็นพุ่มสวย ยิ่งช่วงสายพระอาทิตย์ส่องแสงสาดลอดใบไม้ยิ่งสะกดสายตาชวนมอง
   
ขณะที่เรือลอยลำสัมผัสธรรมชาติสดชื่น  ก่อนเข้าไปทะเลในต้องลอดผ่านถ้ำ ไม่เพียงความมืดที่ต้องอาศัยแสงไฟฉายช่วยนำทาง  ขณะพายเรือยังลุ้นสนุกสนานผจญภัยเล็ก ๆไปกับเส้นทางซึ่งบางช่วงมีหินงอกย้อยปรากฏมาให้ชมกันในระยะใกล้ชิด
   
แต่ครั้นพายเรือลอดพ้นถ้ำไปจะพบกับอีกบรรยากาศที่ยิ่งเพิ่มความประทับใจ ทะเลใน หรือ ลากูน ที่เรียกกัน ซึ่งภายในนี้
ร่มครึ้มเต็มไปด้วยผืนป่าโกงกาง
   
ถ้ำเจ้าไหม ถ้ำเจ้าคุณ อีกแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกัน ทันทีที่เรือจอดเทียบริมฝั่งน้ำก็สามารถเดินเข้าไปชมความงามใกล้ชิดภายในถ้ำได้ ด้านในมีหินย้อยสวยงามหลากหลายรูปทรงที่ธรรมชาติสร้างไว้ ถ้ำเจ้าไหม  ถ้ำใหญ่ที่เดินเที่ยวได้สะดวก อากาศเย็นสบาย ชุ่มชื้นเมื่อเข้าไปด้านใน 
   
ขณะที่ ถ้ำเจ้าคุณ อีกถ้ำใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน การไปถึงนั้นในเส้นทางนี้น่าจะเป็นที่ถูกใจนักผจญภัยเพราะนอกจากจะได้ป่ายปีนบันไดไม้ลัดเลาะไปตามก้อนหินใหญ่น้อยแล้ว  ตลอดทางเดินเที่ยวชมห้องต่าง ๆ ภายในถ้ำยังชวนท้าทายไปกับระดับความสูงที่ต่างกันไป
   
นอกจากการพายเรือเที่ยวถ้ำบริเวณนี้ มาถึงเมืองตรังก็ต้องไม่พลาดแวะทักทายกับน้ำทะเลสวยใส หาดทรายเม็ดละเอียดสีขาวที่ ถ้ำมรกต กันสักหน่อย การเที่ยวชมความงาม ความน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติที่แอบซ่อนอยู่ที่นี่ต้องลอยตัวเกาะเรียงต่อกันเป็นแถวเพื่อเข้าไปตามโพรงถ้ำ
   
ถ้ำมรกตตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะมุกเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ที่มีมนต์เสน่ห์เป็นที่กล่าวขาน ดังที่กล่าวมาถ้ำทะเลแห่งนี้มีความงาม การจะเข้าออกได้ต้องเป็นช่วงที่น้ำลงด้วยเพราะปากถ้ำเป็นโพรงเล็ก การเข้าออกจึงมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์สร้างความสนุกท้าทายให้กับผู้ที่ได้แวะไปเยี่ยมเยือน
   
หลังผ่านทางคดเคี้ยวเข้าสู่ภายในถ้ำซึ่งด้านหนึ่งจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดตารับกับน้ำทะเลสวยใสรายล้อมด้วยผาสูงและบรรยากาศสบาย ๆ ที่ชวนพักผ่อนและด้วยโพรงหินที่ลอดเข้าไปด้านในอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ ยามแสงอาทิตย์สาดส่องทำมุมพอเหมาะก็จะยิ่งเพิ่มสีสันความงามให้กับน้ำทะเล 
     
ถ้ำมีเสน่ห์แห่งนี้ดังที่กล่าวการจะเข้าไปภายในได้จะต้องเป็นช่วงที่น้ำลง  ดังนั้นถ้าจะไม่พลาดโอกาสการเข้าไปชมความงามด้านในเห็นทีคงต้องตรวจสอบกันก่อน ซึ่งการเดินทางไปถึงนั้นลงเรือได้ที่ ท่าเรือหาดปากเมง
   
นอกจากถ้ำมรกต เกาะกระดาน เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศชวนประทับใจ เกาะแห่งนี้ได้ชื่อเป็นเกาะแห่งความรักด้วยเป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรที่
เลื่องลือ  เมื่อมาถึงนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับหาดทรายสีขาวเนื้อละเอียด
   
ที่เกาะแห่งนี้ยังมีสีสันของน้ำทะเลสวยใสมองเห็นพื้นน้ำฝูงปลามากมาย เช่นเดียวกับบริเวณหาดทรายที่ทอดยาวยังพบเห็นความน่ารักของปูเสฉวนตัวน้อย เดินยักย้ายออกมาทักทายชวนผ่อนคลายเติมสีสันการเที่ยวในวันหยุดอย่างคุ้มค่า.

...........................

รู้ไว้ก่อนเที่ยว


การเดินทาง : โดยรถยนต์ สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกจากกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 617 กิโลเมตร จากนั้นตรงมาตามทางหลวง 41 สู่อำเภอทุ่งสงแยกเข้าทางหลวง 403 สู่ห้วยยอดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 4 ถึงจังหวัดตรัง รวมระยะทาง 828 กิโลเมตร
   
อีกเส้นทางจากกรุงเทพฯ ขับรถยนต์มาตามทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม)ถึงชุมพร
แยกเข้าระนอง พังงา กระบี่ ตรัง รวมระยะทาง 1,020 กิโลเมตร
   
โดยรถโดยสารประจำทาง : จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศกรุงเทพฯ-ตรัง บริการทุกวัน
   
โดยรถไฟ : มีขบวนรถด่วน รถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ ถึงสถานีตรังทุกวัน
   
โดยเครื่องบิน : มีเที่ยวบินตรงไปถึงจังหวัดตรังทุกวันเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การคมมาคมภายในจังหวัด ในตัวเมืองมีรถสามล้อเครื่องบริการภายในเขตเทศบาล ส่วนระหว่างอำเภอมีบริการรถโดยสารประจำทาง รถสองแถวและรถตู้
   
สิ่งที่ต้องเตรียม : กางเกงขาสั้นสวมใส่สบาย รองเท้าผ้าใบ แว่นกันแดด ฯลฯ
   
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี
   
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง : ในบรรยากาศของการเที่ยวธรรมชาตินอกจากเที่ยวทะเล เที่ยวถ้ำแล้วหากสนใจเที่ยวป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติก็มีหลายสถานที่ให้เลือกเพลิดเพลิน อย่างเช่น วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง ในพื้นที่บ้านควนแค อำเภอกันตัง หรือจะเที่ยวในตัวเมืองสัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ที่ สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์’ 95 เป็นต้น.

...........................

สีสันอาหาร...''ตรัง'' ถิ่นกำเนิดยางพารา

นับแต่อดีต “ตรัง” เป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งแรกที่มีต้นยางพารา โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีได้นำพันธุ์มาปลูกเป็นแห่งแรกของภาคใต้        

ทางด้านภูมิประเทศ ตรังเป็นจังหวัดชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียมีฝั่งทะเลยาวทางด้านตะวันตกประมาณ 119 กิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะในทะเลอันดามันกว่า 46 เกาะทั้งในพื้นที่อำเภอกันตัง อำเภอปะเหลียน อำเภอสิเกา
   
นอกจากการเที่ยวเพลินท้องทะเลใส หาดทรายสีขาวสะดุดตา ที่นี่ยังมีเทศกาลงานประเพณี วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ซึ่งเที่ยวได้ทั้งปี อย่างถ้ามาเยือนจะได้สัมผัสกับ สีสันอาหารเช้าฉบับชาวตรังซึ่งจะเสิร์ฟหมูย่าง ตามด้วยติ่มซำหลากหลายทั้งขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า เต้าหู้ปลายัดไส้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี ปาท่องโก๋ที่ทอดด้วยน้ำมันสีเหลืองกรอบนุ่มซึ่งชาวตรังจะเรียกว่า อิ่วจาก้วย หรือจาโก้ย ส่วนปาท่องโก๋ของชาวตรังจะมีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสีขาวฟูทานคู่กับกาแฟ (โกปี้) ชาร้อน ชานมข้น ฯลฯ.

ทีมวาไรตี้

 

Share

ดำถ้ำใต้ทะเล

โดย : วินิจ รังผึ้ง

 
       โลกใต้ท้องทะเลก็มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายคลึงกับบนบกเช่นกัน ใต้ทะเลมีกองหินที่คล้ายคลึงกับภูเขาขนาดย่อม ๆ ตั้งสูงเด่นขึ้นมาจากพื้นทะเล ส่วนยอดภูเขาหรือยอดกองหินที่โผล่พ้นน้ำหากมีขนาดใหญ่ก็อาจจะเรียกเป็นเกาะ บนบกมีผืนป่า ใต้ท้องทะเลก็มีแนวปะการังเป็นแหล่งรวมแห่งสรรพชีวิตที่คล้ายกับผืนป่าเช่นกัน บนบกมีถ้ำซุกซ่อนอยู่ตามภูผา ใต้ท้องทะเลก็มีถ้ำใต้น้ำที่ลึกลับซับซ้อนไม่ต่างไปจากถ้ำบนผืนแผ่นดิน เพียงแต่รอบข้างมีผืนน้ำครอบคลุมแทนอากาศในทั่วทุกหนทุกแห่ง
       
       ถ้ำใต้ทะเลมีตั้งแต่เวิ้งถ้ำตื้น ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพิงหิน หรือบางแห่งก็มีลักษณะเป็นประตูหินที่มีช่องลอดทะลุ ซึ่งเพิงถ้ำใต้น้ำเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ที่หลบภัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ผนังถ้ำไปจนถึงเพดานถ้ำมักจะถูกบรรดาฟองน้ำเคลือบคลุม หอยนานาชนิดต่างยึดครองจับจองพื้นที่ บางเพิงถ้ำมีปะการังถ้วยส้มสีสันสดใสครอบคลุมเต็มไปหมด ยามที่กระแสน้ำไหลแรงมันจะคลี่หนวดบานพลิ้วไปมาเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง ตามเพิงหินหรือถ้ำตื้น ๆ มักเป็นจุดรวมของฝูงปลาที่ไม่ค่อยชื่นชอบแสงเช่นปลากระดี่ถ้ำที่มักรวมฝูงกันมากมายอยู่บริเวณปากถ้ำ บ่อยครั้งที่เราพบปลากะรังแดงจุดฟ้าเข้าจับจองหลืบมุมของโพรงหินบริเวณปากถ้ำเป็นถิ่นอาศัย มันเป็นปลาที่ห่วงถิ่น คอยลอยตัวป้องกันอาณาเขตไม่ยอมให้ปลาชนิดอื่นๆ หรือแม้แต่พวกเดียวกันบุกรุกเข้ามาในพื้นที่

 
       ถ้ำใต้ทะเลบางแห่งก็มีความลึก และภายในมืดมิด นักดำน้ำที่เข้าไปสำรวจจำต้องเป็นนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ในการดำถ้ำมามากพอจึงจะสามารถดำเข้าไปสำรวจได้ และจะต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการสำรวจถ้ำใต้น้ำอย่างครบครันจึงจะดำสำรวจถ้ำได้อย่างปลอดภัย ไฟฉายใต้น้ำนับเป็นอุปกรณ์สำคัญอันดับแรกที่จะช่วยส่องแสงนำทางลึกเข้าไปในถ้ำที่มืดมิด ไฟฉายใต้น้ำนั้นจะมีกำลังไฟส่องสว่างที่สูงกว่าไฟฉายบนบกทั่วไป และจะต้องมีแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟเต็ม สามารถใช้งานได้ยาวนานเพียงพอกับเวลาที่สำรวจ เชือกที่ใช้นำทางก็มีความสำคัญยิ่งสำหรับถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีการดำสำรวจ หรือผู้ดำสำรวจไม่มีความคุ้นเคยกับถ้ำที่จะดำเข้าไป เพราะภายในถ้ำอาจมีช่องทางที่วกวน มีทางแยกหลายทาง เชือกนำทางที่ใช้ผูกบอกเส้นทางที่เข้ามา จะเป็นเครื่องนำทางสำหรับการกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยไม่หลงทิศหลงทางติดอยู่ในถ้ำ ซึ่งการหลงทางติดอยู่ในถ้ำมืดใต้น้ำนั้นนับเป็นอันตรายยิ่ง เพราะใต้น้ำนั้นจำเป็นต้องใช้อากาศจากถังในการหายใจ หากใช้อากาศจนหมดถังก่อนจะหาทางกลับออกมานอกถ้ำเพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำได้ก็จบเห่สถานเดียว

 
       การดำเที่ยวชมถ้ำใต้น้ำนั้นจำเป็นจะต้องมีผู้นำทางที่ชำนาญ รอบรู้เส้นทางในถ้ำเป็นอย่างดี และผู้ดำถ้ำทุกคนก็จะต้องมีประสบการณ์การดำน้ำมามากพอที่จะมีสติ มีความนิ่งของการปรับการลอยตัวที่ดี เพราะในโพรงถ้ำจะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด หากควบคุมการลอยตัวไม่นิ่งก็อาจจะลอยไปชนผนังถ้ำ ชนเพื่อนร่วมกลุ่มที่ดำไปด้วยกัน ยิ่งเข้าไปเจอพื้นที่แคบ มืด ก็ยิ่งตื่นตกใจจนอาจจะไม่สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนไหว ไม่สามารถควบคุมอากาศในการหายใจให้อยู่ในปริมาณที่เป็นปรกติ ทำให้ใช้อากาศเปลือง อากาศในถังหมดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นก็เป็นได้ ซึ่งนั่นเป็นข้อจำกัดและเป็นอันตรายสำหรับนักดำน้ำที่ไม่มีประสบการณ์ และการดำถ้ำใต้น้ำนั้นบริเวณพื้นถ้ำมักจะมีตะกอนนอนก้นอยู่ การว่ายน้ำผ่านเข้าไปจึงควรจะต้องว่ายในท่ากบหรือท่าที่จะทำให้การลอยตัวผ่านเข้าไปได้อย่างช้า ๆ นิ่ง ๆ ไม่สลับเท้าเตะแรงทำให้ตะกอนขุ่นคลุ้งจนเพื่อนที่ตามเข้ามาข้างหลังมองอะไรไม่เห็น
       
       แม้นการดำน้ำสำรวจถ้ำจะเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างอันตราย และจำเป็นจะต้องใช้ทักษะความชำนาญและประสบการณ์สูง แต่ภายในถ้ำใต้ทะเลก็มีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจให้ชมกันอย่างไม่รู้เบื่อ ในเวิ้งถ้ำที่มืดมิดมักเป็นที่หลบพักอันสงบเงียบของเหล่านักล่ายามราตรีอย่างฉลามนานาชนิด ซึ่งผมเคยดำเข้าไปในถ้ำฉลามหรือ Shark cave ที่หมู่เกาะทะเลพม่าเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนั้นเราพบฉลามพยาบาลตัวโตขนาดยาวกว่า 2 เมตรนอนกับเรียงรายเต็มถ้ำไปหมด นับเป็นภาพที่เรียกความตื่นเต้นให้กับพวกเราได้อย่างไม่มีวันลืม หรือบางครั้งก็เจอปลากระเบนหินอ่อนขนาดใหญ่ลำตัวกว้างเกือบ 2 เมตร นอนขวางเกือบเต็มอุโมงค์ถ้ำ เล่นเอาเครียดกันไปทั้งคนทั้งกระเบน เพราะกระเบนใหญ่ขนาดนั้น มีเงี่ยงพิษแหลมคมที่โคนหางยาวราวกับดาบปลายปืนขืนว่ายน้ำข้ามผ่านหลังมันไป มันเกิดตื่นตกใจนึกว่าศัตรูตัวโตจะเข้ามาทำร้าย มันรู้สึกจนมุมจนตรอกจนถ้ำขึ้นมาเกิดตวัดหางใส่เข้าก็คงจะต้องหามกันกลับเข้าฝั่งอย่างแน่นอน ทำให้พวกเราต้องรี ๆ รอ ๆ มองกันไปกันมาด้วยอาการต่างฝ่ายต่างก็ระวังตัวสักพัก เจ้ากระเบนยักษ์รู้สึกว่าอยู่ไม่ได้ในที่แคบ ๆ ในทำเลที่เสียเปรียบ มันจึงว่ายน้ำโผสวนทางออกมาเพื่อหนีออกปากถ้ำ พวกเราก็แตกฮือหลบทางให้มันกันจนตัวลีบติดผนังถ้ำก่อนจะมองหน้ากันอย่างโล่งอก

 
       ตามหลืบมุมภายในถ้ำมักเป็นที่อาศัยของกุ้งมังกรตัวโตเท่าแขน บางตัวก็โตกว่านั้นอีก ในตอนที่ผมดำน้ำใหม่ ๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อนบางถ้ำก็พบเจอมันอยู่กัน หลายสิบตัวเต็มซอกมุมของผนังถ้ำไปหมดจนเราเรียกกันว่าเป็นคอนโดมีเนียมของกุ้งมังกรกันเลยทีเดียว เสียดายที่เดี๋ยวนี้ไม่มีภาพเช่นนั้นให้เห็นอีกแล้ว เพราะราคาที่แสนแพงของกุ้งมังกร ทำให้มันถูกจับขึ้นมาส่งร้านซีฟู๊ดจนแทบไม่มีเหลือ กุ้งมังกรเป็นสัตว์ที่ออกหากินในยามค่ำคืน มันจึงไม่ค่อยชอบแสงสว่าง ตอนกลางวันจึงมักแอบนอนอยู่ในถ้ำที่มืดมิด บางครั้งเราก็เจอปูตัวโต กั้งกระดาน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่ออกหากินตอนกลางคืนเช่นกัน มันไม่ค่อยชอบแสงจึงมักจะเข้ามาหลบอยู่ในถ้ำเช่นเดียวกับกุ้งมังกร
       
       ถ้ำใต้ทะเลบางแห่งอาจมีทางเข้าอยู่ด้านหนึ่งของเกาะ มีอุโมงค์ถ้ำซอกซอนยาวไปทะลุอีกด้านหนึ่งของเกาะเลยทีเดียว ในความวกวนและมืดมิดของถ้ำใต้ทะเล แสงสีฟ้าครามสดใสที่ส่องฉายเข้ามาจากทางปากถ้ำอีกด้านหนึ่ง นับเป็นแสงที่สดใสยิ่งนักสำหรับนักดำน้ำสำรวจถ้ำ เพราะนั่นหมายถึงความสำเร็จและความปลอดภัยสำหรับการกลับออกไปเพื่อกลับขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้ง

 

Share